ภาพนางแบบถูกนำมาใช้แอบอ้างว่าเป็นภาพของ ไอซ์ รักชนก

คำเตือน: เนื้อหานี้มีรูปภาพที่มีการเปิดเผยร่างกาย (Sexual Explicit) และมีข้อความที่เป็นการดูหมิ่นและล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual Harrassment) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการนำรูปนางแบบรายหนึ่งมาใช้แอบอ้างว่าเป็นว่าที่ ส.ส. จากพรรคก้าวไกล เพื่อลดคะแนนนิยมและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงก่อนช่วงเลือกตั้ง ในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมานี้ มีข้อกล่าวอ้างที่สร้างความเสียหายแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง และอีกกรณีหนึ่งที่เราพบคือ มีการเผยแพร่รูปถ่ายของนางแบบหญิงในชุดชั้นใน โดยอ้างว่าเป็นภาพของรักชนก ศรีนอก ว่าที่ ส.ส. เขต 28 จากพรรคก้าวไกล ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้โซเชียลได้โพสต์ภาพของรักชนก ศรีนอก (ไอซ์) ผู้สมัคร ส.ส. เขต 28 จากพรรคก้าวไกล และภาพของผู้หญิงในชุดชั้นในสีส้ม พร้อมข้อกล่าวอ้างว่าผู้หญิงในสภาพคือรักชนก (คำเตือน: ข้อความในโพสต์ด้านล่างนี้ ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของ Sexual Harassment โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน) Source | Archive Source | Archive นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวในช่องทางไลน์อีกด้วย แถลงการณ์จากรักชนก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม รักชนกได้โพสต์แถลงการณ์เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างดังกล่าวบนเพจเฟซบุ๊ก โดยรักชนกได้ระบุในโพสต์ว่า […]

Continue Reading

เพื่อไทยยืนยัน ไม่ชิงจัดตั้งรัฐบาลตัดหน้าก้าวไกล

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งและได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่จากประชาชนก็คือพรรคก้าวไกล โดยพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ออกมาแถลงข่าวประกาศชัยชนะ พร้อมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก โดยได้มีการติดต่อพูดคุยไปยังแกนนำทั้ง 5 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย และอยู่ในระหว่างการติดต่อพรรคเป็นธรรม และปิดประตูการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่แม้จะชนะการเลือกตั้งและได้เสียงข้างมากถึง 309 เสียง จากจำนวนที่นั่งของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ก็ยังไม่ถึง 376 เสียง ซึ่งจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลและเลือกนายกรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องใช้เสียง ส.ว. (อ่านเกี่ยวกับระบบ ส.ว. เพิ่มเติมได้ที่นี่: ระบบ ส.ว. 250 ที่นั่งจะส่งผลต่อก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร?) ทำให้เกิดกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยที่ขณะนี้มี ส.ส. กว่า 140 เสียงอาจไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเอง ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย ไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์วิดีโอบนเพจเฟซบุ๊กของตน ชื่อคลิป “เพื่อไทยตัดหน้าตั้งรัฐบาลแข่งก้าวไกล ดอดเจรจากับพล.อ.ประวิตร ขอเศรษฐาเป็นนายกฯ สมศักดิ์ เทพฯ ขึ้นแท่นผู้จัดการรัฐบาลคนใหม่ #เลือกตั้ง66” Archive โดยไทกร ได้กล่าวในคลิปว่า: “ล่าสุด ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลวันนี้ […]

Continue Reading

กกต. ชี้แจง กรณีปากกาหมึกจาง “เป็นความเท็จทั้งสิ้น”

สุดสัปดาห์นี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ประชาชนต่างจับตาและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของการเลือกตั้งครั้งนี้ และจากกระแสความไม่ไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อ กกต. จึงมีการเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำมาปากกามาเลือกตั้งเอง พร้อมข้อกล่าวอ้างว่า กกต. จะเตรียมปากกาแบบหมึกจางได้ไว้ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งใช้ในคูหา Archive นอกจากนี้ยังมีผู้โพสต์คลิปปากกาหมึกล่องหน ที่หมึกจะหายไปเองเมื่อใช้ความร้อน ทำให้ผู้ใช้โซเชียลหลายรายเกิดความคลางแคลงใจ และกล่าวว่าจะนำปากกาไปใช้เลือกตั้งเอง Archive Archive อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ไม่มีการใช้ปากกาลักษณะดังกล่าวในการเลือกตั้งแต่อย่างใด กกต. ยืนยัน ปากกาที่ใช้ในคูหาเลือกตั้งเป็นปากกาธรรมดา เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ชี้แจงบนเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของหน่วยงาน ถึงกรณีดังกล่าวว่า ปากกาที่ใช้ในคูหาเลือกตั้งทุกหน่วยเลือกตั้ง เป็นปากกาลูกลื่นทั้งหมด โดยปากกาดังกล่าวไม่สามารถลบเลือนหรือจางหายไปได้เอง ดังนั้นปากกาที่ปรากฎเป็นข่าวจึงเป็นความเท็จทั้งสิ้น และยังเตือนว่าไม่ควรแชร์ต่อ เนื่องจากมีผู้แชร์หรือกดถูกใจข้อกล่าวอ้างดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการใช้ปากกาที่นำมาเอง ก็สามารถทำได้ อ่านข้อควรรู้และข้อห้ามก่อนและในวันเลือกตั้งที่นี่: #เลือกตั้ง66: รวมข้อควรรู้และข้อห้ามก่อนวันเลือกตั้ง  สรุป จากที่มีผู้ใช้โซเชียลเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนำปากกามาเลือกตั้งเอง พร้อมข้อกล่าวอ้างว่า กกต. จะเตรียมปากกาแบบหมึกจางได้เองไว้ให้ใช้ในคูหา ทาง กกต. ได้ออกมาแถลงยืนยันแล้วเป็นความเท็จทั้งสิ้น Title:กกต. ชี้แจง กรณีปากกาหมึกจาง […]

Continue Reading

ฝูงแมลงสาบจำนวนมหาศาลบุกนครเมกกะเมื่อเร็วๆ นี้ จริงหรือไม่?

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วิดีโอที่อ้างว่ามีฝูงแมลงสาบออกมาจากพื้นดินในบริเวณแกรนด์มัสยิด นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบียได้แพร่กระจายบนโซเชียลอย่างแพร่หลาย โดยในวิดีโอดังกล่าวมีแมลงจำนวนมหาศาลในมัสยิดขณะที่ชาวมุสลิมมารวมตัวกันเพื่อทำการละหมาด พร้อมคำบรรยายโพสต์: “ข่าวด่วน!* ทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้นตอนนี้! ในนครเมกกะ น้ำท่วมหลุมฝังศพของมูฮัมหมัดและผู้คนนับล้านที่มาเฉลิมฉลองเดือนรอมฎอน นาทีหลังฝนหยุด แมลงสาบนับล้านออกมาจากใต้พื้นดิน จึงต้องหยุดสวดมนต์ ทุกคนเริ่มวิ่งหนี..” Source | Archive โดยวิดีโอดังกล่าวได้ถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมากบนเฟซบุ๊ก จากการตรวจสอบ เราพบว่าคำบรรยายในวิดีโอข้างต้นนั้นได้มีการแปลมาจากโพสต์ในภาษาอังกฤษที่มีการแชร์อย่างแพร่หลายบนเฟซบุ๊ก เช่นเดียวกับโพสต์ในภาษาไทย Source | Archive นอกจากนี้ วิดีโอดังกล่าวยังถูกแชร์บนแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น ทวิตเตอร์ ด้วยเช่นเดียวกัน ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราเริ่มดำเนินการตรวจสอบโดยใช้ฟีเจอร์ Reverse Image Search ด้วยคีย์เฟรมจากวิดีโอดังกล่าว และพบว่าวิดีโอถูกโพสต์อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม เราไม่พบข่าวหรือข้อมูลเกี่ยวกับฝูงแมลงสาบจำนวนมหาศาลจากสื่อในซาอุดีอาระเบีย รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย หรือฝ่ายที่ดูแลของมัสยิดในนครเมกกะในช่วงเร็วๆ นี้แต่อย่างใด ต่อมา เราได้ค้นหาโดยใช้คำสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และเราพบรายงานข่าวในปี 2019 และ 2020 ที่รายงานว่ามีฝูงตั๊กแตนขนาดใหญ่บุกนครเมกกะ และเมื่อทำการค้นหาเพิ่มเติม เราก็พบรายงานข่าวจาก Newsweek ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มกราคม […]

Continue Reading

ทวีตอ้างว่าธนาธรไม่พอใจผลเลีอกตั้ง อบจ. แท้จริงแล้วเป็นภาพตัดต่อ

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือนกับการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศไทย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้ ท่ามกลางการหาเสียงที่เป็นไปอย่างคึกคัก เราก็พบว่ามีข้อมูลเท็จที่สร้างขึ้นเพื่อโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง และล่าสุดเราพบว่ามีการใช้ข้อมูลเท็จที่แพร่กระจายตั้งแต่ปี 2563 เพื่อโจมตีพรรคการเมืองอีกครั้ง ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งโพสต์ภาพข้อความที่อ้างว่ามาจากบัญชีทวิตเตอร์ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยในภาพมีข้อความว่า “ผลการเลือกตั้ง อบจ. นี้ แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังไม่ยอมเปิดใจ และยังไม่พร้อมสำหรับอนาคตที่ดีกว่า” Source | Archive จากการตรวจสอบพบว่าภาพทวีตตั้งกล่าวมีการแพร่กระจายบนโซเชียลตั้งแต่เมื่อปี 2563 และนายธนาธรก็ได้ออกมายืนยันตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 แล้วว่าภาพทวีตดังกล่าวเป็นข่าวปลอม (อ่านข่าวได้ที่นี่ | Archive) (Archive) และเมื่อมีการนำภาพทวีตดังกล่าวมาเผยแพร่อีกครั้งในฤดูกาลเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ นายธนาธรก็ได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่าทวีตดังกล่าวเป็นการตัดต่อ ในวันที่ 24 เมษายน (Archive) โดยนายธนาธรได้ระบุในทวีตชี้แจงว่า “ขอชี้แจงว่าข้อความที่ปรากฏในภาพนี้ “ไม่เป็นความจริง” นะครับ แต่เป็น “ภาพตัดต่อ” เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง ผมขอยืนยันว่า […]

Continue Reading

ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน กินกุ้งพร้อมกับวิตามินซี ไม่เป็นอันตราย

การแชร์ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับสุขภาพมีให้เห็นได้ทั่วไปในโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในวงกว้างได้ ยิ่งในยุคที่การใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นสูง ผู้คนก็สามารถแชร์ความคิดเห็นและความเชื่อของตนได้ง่ายดายยิ่งขึ้น แม้ว่าข้อมูลนั้นจะไม่ถูกต้องก็ตาม และการแชร์ข้อมูลผิดๆ นี้ก็นำไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่ผิดพลาดมากมายซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่เชื่อข้อกล่าวอ้างเหล่านั้น อีกตัวอย่างหนึ่งของข้อมูลผิดๆ ที่เราพบล่าสุดคือ ข้อกล่าวอ้างที่มีการแชร์อย่างเป็นวงกว้างว่ามีคนเสียชีวิตจากการรับประทานกุ้งพร้อมกับวิตามินซี ข้อกล่าวอ้างนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียมานานหลายปี และอาจสร้างเกิดความกลัวโดยไม่จำเป็น ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่โพสต์ข้อความเตือนถึงอันตรายของการรับประทานกุ้งพร้อมวิตามินซี พร้อมขอให้ผู้คนแชร์ข้อความต่อไปเพื่อเตือนบุคคลอื่น โดยข้อความระบุว่า: “เสียเวลาอ่านนิดหนึ่งนะ…อันตรายทีไม่เคยรู้มาก่อน ..ที่ไต้หวัน หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างในกระเพาะ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน “ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า”ศาสตราจารย์ฟันธงผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ”มันฆ่า” แล้วสารหนูมาจากไหน ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ผู้ตาย กินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O […]

Continue Reading

ภาพแมวสายพันธุ์หายาก แท้จริงแล้วเป็นผลงานของ AI

เทรนด์การใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ สร้างรูปภาพต่างๆ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนี้ โดยใช้แอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ใช้ AI เพื่อสร้างรูปภาพต่างๆ ที่ทั้งสวยงามและเสมือนจริงได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ AI สร้างรูปภาพก็เป็นดาบสองคม เพราะอาจจะทำให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางคนเกิดความสับสนและเข้าใจผิดได้ และล่าสุด มีภาพแมวที่มีสีสันและลวดลายที่ดูแปลกตาแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการแชร์อย่างกว้างขวางและอ้างว่าเป็นแมวสปีชีส์ “Felis Salamandra” ซึ่งสายพันธุ์ที่หายากและที่ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก คำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก “ฮานะ สัตว์” ซึ่งเป็นเพจที่แชร์รูปภาพและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์ ได้แชร์รูปภาพของแมวสีดำที่มีลายจุดสีเหลืองสดทั่วตัว พร้อมคำบรรยายภาพว่า “ลายอย่างเท่……การค้นพบ Félis Salamandra ซึ่งเป็นแมวป่าชนิดย่อยที่หายาก นักวิทยาศาสตร์เพิ่งประกาศการค้นพบสายพันธุ์แมวป่าชนิดใหม่ที่เรียกว่า Felis Salamandra ชนิดย่อยนี้หายากมากเพราะถือว่าเป็นชนิดย่อยของเสือดาวเอเชียที่น้อยกว่าและเป็นถิ่นที่อยู่ในเขตภูเขาเขตร้อน หลงทางในหุบเขาที่ยากจะเข้าถึง ซึ่งอธิบายถึงการค้นพบครั้งหลังนี้ การค้นพบนี้น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการปกป้องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์กังวลเกี่ยวกับจำนวนแมวเชื่องทั่วโลกที่ลดน้อยลง โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ และการค้าสัตว์ที่ผิดกฎหมายทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมันลดลง Felis Salamandra เป็นแมวป่าขนาดเล็กที่มีขนสีดำและจุดสีเหลือง คล้ายกับแมวเบงกอล อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์ย่อยนี้แตกต่างจากแมวเบงกอลตรงที่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากแมวป่าอื่นๆ รวมถึงกรงเล็บที่ยาวกว่าและเขี้ยวที่แหลมกว่า […]

Continue Reading

ภาพปลอม: ปูตินไม่ได้คุกเข่าให้สี จิ้นผิง

ในวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ได้ไปเยือนรัสเซีย และเข้าพบปะวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการพบปะกันครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองโลก ทำให้ทั่วโลกต่างจับตามองการพบกันของสองผู้นำในครั้งนี้ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพบปะครั้งนี้ที่นี่) และท่ามกลางข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ ก็มีรูปภาพที่อ้างว่าเป็นภาพของปูตินกำลังคุกเข่าต่อสี จิ้นผิงแพร่กระจายตามโซเชียลมีเดียต่างๆ ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์รูปภาพที่อ้างว่าเป็นภาพปูตินและสี จิ้นผิง พร้อมคำบรรยายภาพว่า: “24/3/66 ภาพเด็ดแห่งปี สะท้านสะเทือนไปทั้งโลก อเมริกากับยุโรปโดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มนาโต้ เห็นภาพนี้แล้ว เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน ขนหัวลุกตั้งชัน สั่นสะท้านหนาวเหน็บเจ็บไปถึงแกนสมอง ☆ปธน.ปูติน คุกเข่าลง จูบหลังมือ ปธน.สีจิ้นผิง !!!! ยอมยกให้สีเป็นพี่ใหญ่ ตั่วเฮีย ต้าเกอ ☆เจอดอกนี้เข้าไป สยองกันทั้งโลกสิครับ” Source | Archive โดยมีผู้ใช้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์มากมาย Source | Archive นอกจากนี้ เราพบภาพเดียวกันเผยแพร่บนทวิตเตอร์ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม โดยทวีตดังกล่าวมีการรับชมไปแล้วกว่าเจ็ดแสนครั้ง Source | Archive อย่างไรก็ตาม เราพบว่ารูปภาพดังกล่าวของผู้นำทั้งสองนั้นเป็นภาพปลอม ตรวจสอบข้อเท็จจริง […]

Continue Reading

ภาพปูตินแต่งกายเป็นพระสงฆ์ แท้จริงแล้วสร้างจาก AI

ข้อพิพาทระหว่างรัสเซียและยูเครนถือเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างแสดงความกังวล ด้วยสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากยิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ โดยนอกจากการปะทะกันทางกองกำลังทางทหารแล้ว การโจมตีด้วยข้อมูลและข่าวปลอมก็ถือเป็นอีกวิธีที่เราพบเห็นได้มากยิ่งขึ้น และล่าสุด มีรูปภาพของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซียแต่งกายแบบพระภิกษุแพร่กระจายและเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้ ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ได้แชร์ภาพของปูตินในเครื่องแต่งกายแบบภิกษุสงฆ์ พร้อมคำบรรยายในภาพว่า “ # #เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้ ปูติน เคยบวชให้ในหลวง ร.9 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ วัดแห่งหนึ่งใน ธิเบต โดยท่านบวชเป็นจำนวน 3 พรรษา ซึ่งตรงกับ 9 เดือน พอดี เรื่องนี้มีน้อยคนมากที่รู้ จนมีพระในธิเบตรูปนึงออกมาเปิดเผยเรื่องราวผ่านสำนักข่าว รอยเตอร์โอเว่น ว่าครั้งนึง ประธานาธิบดี ปูติน เคยมาบวชถวายตัวเป็นพุทธมามก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9ด้วยอิริยาบทที่สงบ ประหนึ่งจะตรัสรู้ในวันข้างหน้า ทั้งนี้เดอะไทม์หนังสือพิมพ์ชื่อดัง ยังได้ออกมาคอนเฟิร์มเรื่องนี้ว่ามีมูลความจริง หลังจากปูติน ได้สำนึกในพระกรุณาธิคุณ เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สาธุๆ ธ สถิตในดวงใจ” Source | Archive โดยโพสต์ดังกล่าวได้มีการแชร์ออกไปอย่างแพร่หลาย โดยนอกจากโพสต์ดังกล่าวแล้ว เราพบรูปภาพเดียวกันพร้อมข้อกล่าวอ้างที่คล้ายคลึงกันเผยแพร่บนเฟซบุ๊กในหลายๆ โพสต์ […]

Continue Reading

ไขข้อสงสัย คลิปไวรัลติ๊กต็อก “เติมไก่ที่ KFC ฟรี” ทำได้จริงหรือไม่?

ติ๊กต็อกถือเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ และเนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนมหาศาล จึงสามารถพบเห็นข้อมูลเท็จแพร่กระจายอยู่เป็นระยะ เช่นในกรณีล่าสุดที่มีผู้ใช้ติ๊กต็อกอ้างว่า KFC มีนโยบายที่ลูกค้าสามารถสั่งไก่ทอดเพิ่มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีวิดีโอติ๊กต็อกที่กำลังเป็นไวรัลจากผู้ใช้ติ๊กต็อกที่ใช้ชื่อว่า “itsallenferrell” ที่ได้แชร์ประสบการณ์ลองสั่งไก่ทอด 8 ชิ้นที่ KFC และขอเติมไก่ทอดเพิ่มฟรี ตามนโยบาย “Free Refill” ที่มีการอ้างถึงในช่วงต้นคลิป และพนักงานก็เติมไก่ให้เขาโดยไม่คิดเงินเพิ่มจริงๆ โดยเขาได้ระบุในวิดีโอดังกล่าวว่านโยบายนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อใช้ภายใน 60 นาทีหลังจากชำระเงิน และต้องนำใบเสร็จไปยืนยันก่อนสั่งเพิ่ม และใช้ได้เมื่อลูกค้ารับประทานอาหารในร้านเท่านั้น หากออกจากร้านไปแล้ว จะไม่สามารถใช้นโยบายนี้ได้ และวิดีโอนี้ก็ได้กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดมียอดรับชมไปกว่า 22 ล้านครั้งแล้ว Source | Archive เพราะข้อเสนอที่ดูคุ้มค่าน่าลอง จึงทำให้ทั้งคำค้นหา รวมถึงเทรนด์ “KFC Refill Policy” ก็ได้รับความสนใจในติ๊กต็อกอย่างรวดเร็ว และคำค้นหาว่า “KFC Refill Policy Thailand” ก็กลายเป็นคำค้นหาแนะนำในวิดีโอไวรัลดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจอันล้มหลามของผู้ใช้งานชาวไทยต่อเทรนด์นี้ Archive แม้ว่าวิดีโอดังกล่าวจะดูเหมือนเป็นเรื่องจริง และทำให้หลายๆ คนอยากออกไปลองสั่งที่ KFC แต่อันที่จริงแล้ว KFC ไม่มีนโยบายเติมไก่ทอดให้ฟรีตามที่กล่าวอ้างในวิดีโอ ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราเริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยการตรวจสอบวิดีโออื่นๆ […]

Continue Reading