โพสต์แอบอ้างเป็นหน่วย IDF ยอมรับว่าเป็นฝ่ายโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซา “เป็นเท็จ”

ความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ยังคงครองพื้นที่สื่อ และเป็นประเด็นที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้ และเช่นเดียวกับเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งที่ผ่านมา มีเนื้อหาไวรัลเกี่ยวกับความขัดแย้งจำนวนมากที่เป็นข้อมูลที่ชวนให้เข้าใจผิดหรือเป็นเท็จ ประเด็นความขัดแย้งของอิราเอลและปาเลสไตน์ถือเป็นข้อพิพาทที่ซับซ้อนและมีความละเอียดอ่อน ดังนั้นผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลต่างๆ ที่พบเห็นออนไลน์ และตรวจสอบความถูกต้องก่อนแชร์ออกไป พบข่าวที่น่าสงสัยว่าเป็นข่าวปลอม/ข้อมูลเท็จ ส่งให้เราตรวจสอบได้ที่นี่ โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายรายได้แชร์โพสต์จากเพจ Facebook ที่ระบุว่าเป็นเพจของกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (Israel Defense Forces: IDF) ที่โพสต์ยอมรับว่า IDF เป็นผู้โจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซาและขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยแปลได้ว่า “เนื่องจากภาวะขาดแคลนอุปกรณ์และบุคลากรทางการแพทย์ จึงมีการตัดสินใจที่จะทิ้งระเบิดในโรงพยาบาลในกาซาเพื่อให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลพ้นจากทุกข์ทรมาน” Source | Archive Source | Archive ตรวจสอบข้อเท็จจริง บัญชีที่ไม่ใช้งาน: เพจ Facebook ที่กล่าวอ้างว่าเป็น “กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล” ในภาษาอาหรับ ไม่ใช่บัญชีที่มีการใช้งานอยู่ โดยปกติแล้ว ข้อความแถลงการณ์และการสื่อสารอย่างเป็นทางการจาก IDF จะดำเนินการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่ได้รับการตรวจสอบยืนยันแล้ว ดังนั้นบัญชีที่ไม่มีการใช้งานและไม่ได้รับการยืนยันดังกล่าวจึงมีแนวโน้มสูงกว่าไม่ใช่บัญชีอย่างเป็นทางการขององค์กร รายงานจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ: เราไม่พบรายงานข่าวจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือที่ยืนยันว่าโพสต์ดังกล่าวมาจาก IDF นอกจากนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐประเมินว่า อิสราเอลไม่ได้เป็นฝ่ายทำให้โรงพยาบาลในกาซาถูกถล่มจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม (ที่มา) แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก IDF: IDF […]

Continue Reading

วิดีโอไวรัลถูกเข้าใจผิดว่าเป็นห้องสมุดที่ถูกเผาจากเหตุจลาจลที่ฝรั่งเศส

เหตุประท้วงในฝรั่งเศสยังคงรุนแรงและลุกลามไปในหลายเมือง โดยนับว่าเป็นหนึ่งในการประท้วงที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส นอกจากนี้ภาพและวิดีโอต่างๆ เกี่ยวกับเหตุจลาจลครั้งนี้ก็ได้รับความสนใจและแพร่กระจายบนโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว ซึ่งบางโพสต์ก็มีข้อมูลที่อาจชวนให้เข้าใจผิดได้ เราจึงทำการตรวจสอบในกรณีดังกล่าว โพสต์บนโซเชียลมีเดีย วันพุธที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ใช้ติ๊กต็อกได้โพสต์วิดีโอหนึ่ง พร้อมคำบรรยายว่า “วิกฤตฝรั่งเศส ผู้ก่อจลาจลเผาห้องสมุดและเผาทุกอย่าง” Source | Archive นอกจากนี้วิดีโอดังกล่าวยังแพร่กระจายในแพลตฟอร์มอื่นๆ บนโซเชียลมีเดียอีกด้วย ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้โพสต์วิดีโอเดียวกัน พร้อมข้อความที่ระบุว่าเป็นห้องสมุดที่เมืองมาร์เซย ฝรั่งเศส Archive นอกจากนี้วิดีโอดังกล่าวยังแพร่กระจายบนเฟซบุ๊กเช่นเดียวกัน Source | Archive ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราเริ่มดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวโดยการค้นหาข่าวเกี่ยวกับผู้ก่อจลาจลเผาห้องสมุดในเมืองมาร์กเซย ตามที่โพสต์ข้างต้นระบุ และพบว่ามีรายงานการเผาห้องสมุดในมาร์กเซยจริง (อ่านข่าวได้ ที่นี่ และที่นี่) อย่างไรก็ตาม เราไม่พบวิดีโอที่เป็นไวรัลในรายงานข่าวจากสื่อและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้แต่อย่างใด เราจึงค้นหาที่มาของวิดีโอโดยการใช้ฟีเจอร์ Reverse Video Search และพบวิดีโอที่ตรงกันจากสำนักข่าว Al Jazeera โดย Al Jazeera ได้รายงานว่าเป็นเหตุการณ์ “ไฟไหม้อาคารสำนักงานที่ทำการไปรษณีย์กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์” และเมื่อทำการค้นหาเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวเพิ่มเติม ก็พบว่ามีแหล่งข่าวต่างๆ รายงานเหตุการณ์ครั้งดังกล่าวมากมาย โดยสามารถรับชมข่าวเหตุการณ์ไฟไฟม้ครั้งนี้ได้ ที่นี่ ที่นี่ […]

Continue Reading

ภาพเก่าและภาพจาก AI ถูกนำมาแชร์ว่าเป็นภาพชิ้นส่วนของเรือดำน้ำ ‘ไททัน’

เรือดำน้ำ ‘ไททัน’ ที่หายไปจากเรดาร์ขณะดำดิ่งเพื่อไปสำรวจซากเรือ ‘ไททานิค’ ที่ก้นมหาสมุทร กลายเป็นประเด็นข่าวทั่วโลก แม้ผู้คนทั่วโลกต่างภาวนาให้พบเรือดำน้ำและให้ผู้โดยสารในเรือปลอดภัยในเร็ววัน แต่สุดท้ายผู้บัญชาการหน่วยรักษาชายฝั่งเขตที่ 1 ของสหรัฐฯ ก็ออกมาแถลงว่าเรือดำน้ำไททันได้เกิดระเบิดจากภายใน (Implosion) เนื่องจากแรงดันภายนอกที่สูงมาก ซึ่งทำให้ผู้โดยสารทั้งหมด 5 รายเสียชีวิต (อ่านข่าวที่นี่) โซเชียลมีเดียต่างประหลาดใจและแสดงปฏิกิริยาไปในหลากหลายทิศทางกับข่าวดังกล่าว และเราพบว่ามีรูปภาพต่างๆ ที่กล่าวอ้างว่าเป็นชิ้นส่วนของเรือดำน้ำไททันกลายเป็นไวรัล และมีการแชร์อย่างแพร่หลาย โดนทีมงาน Factcrescendo พบว่ารูปภาพเหล่านี้มีทั้งรูปภาพเก่าและรูปภาพที่สร้างโดย AI ไม่ใช่ชิ้นส่วนจากเรือดำน้ำไททันแต่อย่างใด โพสต์โซเชียลมีเดีย ผู้ใช้เฟซบุ๊กได้แชร์ภาพชิ้นส่วนเครื่องยนต์ในก้นมหาสมุทร พร้อมคำบรรยายภาพว่า “ซากเรือดำน้ำ TITAN” Source | Archive นอกจากนี้ยังมีทวีตที่มีการรับชมกว่าหนึ่งล้านครั้ง ระบุว่า “US Coast Guard ยืนยัน เศษซากที่พบเป็นยานดำน้ำ #Titan ที่หายไป โดยซาก Titan จมอยู่ใต้น้ำห่างจากหัวเรือ #Titanic ประมาณ 1,600 ฟุต สันนิษฐานว่านักท่องเที่ยว #ไททานิค ทั้ง 5 คนเสียชีวิตแล้ว […]

Continue Reading

สวีเดนไม่ได้ประกาศให้ ”เซ็กซ์เป็นกีฬา”

การแสดงออกเรื่องเพศยังคงถือเป็นเรื่องต้องห้ามในบางพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย ในกรณีนี้ สำนักข่าวและเพจข่าวหลายแห่งได้รายงานว่าสวีเดนมีวางแผนที่จะผลักดันเซ็กซ์ให้เป็นกีฬา และเตรียมจัดแข่งขันในรูปแบบเดียวกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ข่าวดังกล่าวจึงมีแชร์อย่างแพร่หลายบนโซเชียลอย่างรวดเร็ว ข้อความบนโซเชียลมีเดีย เพจเฟซบุ๊ก “Thairath Sport – ไทยรัฐสปอร์ต” ได้โพสต์ข่าวดังกล่าวพร้อมข้อความว่า “ “สมาพันธ์เซ็กซ์สวีเดน” เตรียมจัดแข่งรูปแบบโอลิมปิก หวังผลักดันเป็นกีฬา มีเกณฑ์ตัดสิน เปิดให้สาธารณะโหวตจากถ่ายทอดสด” Source | Archive และสำนักข่าวผู้จัดการ ก็ได้เผยแพร่ข่าวดังกล่าว พร้อมพาดหัว “สวีเดน บรรจุ “เซ็กซ์” เป็นกีฬามีจัดเเข่งขัน รวมถึงชิงเเชมป์ยุโรป” Source | Archive ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางส่วนก็ได้แสดงความไม่พอใจต่อกรณีดังกล่าว และเห็นว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม Source | Archive นอกจากนี้สื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศอินเดียหลายๆ แห่ง เช่น Times of India, Hindustan Times, News18, และ India Today, ก็ได้รายงานข่าวนี้เช่นเดียวกัน ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราได้ดำเนินการตรวจสอบว่ามีการรายงานการแข่งขันดังกล่าวในสวีเดนจากสื่อต่างประเทศหรือไม่ แม้ว่าสื่อไทยและสื่ออินเดียจะรายงานข่าวนี้ […]

Continue Reading

ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน กินกุ้งพร้อมกับวิตามินซี ไม่เป็นอันตราย

การแชร์ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับสุขภาพมีให้เห็นได้ทั่วไปในโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในวงกว้างได้ ยิ่งในยุคที่การใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นสูง ผู้คนก็สามารถแชร์ความคิดเห็นและความเชื่อของตนได้ง่ายดายยิ่งขึ้น แม้ว่าข้อมูลนั้นจะไม่ถูกต้องก็ตาม และการแชร์ข้อมูลผิดๆ นี้ก็นำไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่ผิดพลาดมากมายซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่เชื่อข้อกล่าวอ้างเหล่านั้น อีกตัวอย่างหนึ่งของข้อมูลผิดๆ ที่เราพบล่าสุดคือ ข้อกล่าวอ้างที่มีการแชร์อย่างเป็นวงกว้างว่ามีคนเสียชีวิตจากการรับประทานกุ้งพร้อมกับวิตามินซี ข้อกล่าวอ้างนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียมานานหลายปี และอาจสร้างเกิดความกลัวโดยไม่จำเป็น ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่โพสต์ข้อความเตือนถึงอันตรายของการรับประทานกุ้งพร้อมวิตามินซี พร้อมขอให้ผู้คนแชร์ข้อความต่อไปเพื่อเตือนบุคคลอื่น โดยข้อความระบุว่า: “เสียเวลาอ่านนิดหนึ่งนะ…อันตรายทีไม่เคยรู้มาก่อน ..ที่ไต้หวัน หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างในกระเพาะ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน “ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า”ศาสตราจารย์ฟันธงผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ”มันฆ่า” แล้วสารหนูมาจากไหน ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ผู้ตาย กินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O […]

Continue Reading

EXPLAINED: ทำไม Elon Musk และผู้เชี่ยวชาญอีกหลายรายถึงต้องการให้หยุดพัฒนา AI ชั่วคราว?

การแข่งขันเพื่อสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้ฉลาดและมีความสามารถมากยิ่งขึ้นกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่นักวิทยาศาสตร์และผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชื่อดังหลายคนได้ออกมาเรียกร้องให้หยุดการพัฒนาไว้ชั่วคราวในจดหมายเปิดผนึกที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (29 มี.ค.) ที่ผ่านมา โดยมีผู้ลงนามมากกว่าหนึ่งพันคนในสาขาวิชาชีพต่างๆ จากนานาประเทศ รวมถึง Elon Musk และ Steve Wozniak จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ได้เรียกร้องให้เว้นวรรคการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยี AI ขั้นสูงเป็นเวลาหกเดือน จดหมายนี้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และผลกระทบที่ไม่อาจคาดการณ์ได้จาก AI โดยมีตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนจาก GPT-4 ซึ่งเป็น AI รุ่นล่าสุดของ OpenAI ที่กล่าวว่าจะมีประสิทธิภาพและมีความสามารถหลากหลายมากกว่า ChatGPT ผู้ลงนามในจดหมายกล่าวว่าการหยุกพัฒนาชั่วคราวจะช่วยให้สามารถทบทวน หารือ และร่วมมือกันรับมือผลกระทบของ AI ในเชิงสังคมและจริยธรรมได้มากยิ่งขึ้น และช่วยให้สามารถพัฒนาระบบการกำกับดูแลและกฎระเบียบที่ดีขึ้นได้อีกด้วย Source จดหมายนี้กลายเป็นที่ถกเถียงถึงอนาคตของ AI และความรับผิดชอบของผู้สร้างและผู้ที่จะนำไปใช้ จดหมายเปิดผนึกนี้คืออะไร? จดหมายดังกล่าวออกโดย Future of Life Institute ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นในการลดความเสี่ยงด้านภัยพิบัติและการดำรงอยู่ทั่วโลกที่เกิดจากเทคโนโลยีขั้นสูง โดยได้เรียกร้องให้หยุดการฝึกระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า GPT-4 เป็นเวลาหกเดือน โดยจดหมายได้ระบุว่าระบบ AI ที่มีความฉลาดในการแข่งขันแบบมนุษย์นั้นมีความเสี่ยงอย่างมากต่อสังคมและมนุษยชาติ AI […]

Continue Reading

วิดีโอไวรัลที่ถูกเข้าใจผิด: ดอก ”พญาเสือโคร่ง” หรือ“มหาโมลี” บานครั้งเดียวในรอบ 400 ปี

การแชร์วิดีโอหรือภาพธรรมชาติอันสวยงามที่เป็นกำลังเป็นไวรัลนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เราพบเห็นได้บ่อยๆ บนโซเชียลมีเดีย ทั้งภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ ปรากฏการณ์ต่างๆ ไปจนถึงภาพดอกไม้หรือพืชพรรณต่างๆ ซึ่งบางครั้งข้อมูลที่มากับวิดีโอหรือรูปภาพเหล่านั้นก็อาจสร้างความเข้าใจผิดได้ และล่าสุด มีวิดีโอดอกไม้บานที่กำลังแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นดอกไม้ที่จะบานทุก 400 ปี วิดีโอของดอกไม้สีเหลืองขนาดเล็กที่บานสะพรั่งพร้อมคำบรรยายว่า “นี่คือ “ดอกพญาเสือโคร่ง” หรือ “มหาโมลี” ดอกไม้มงคลเฉพาะของทิเบต ดอกพญาเสือโคร่งบนเทือกเขาหิมาลัยจะบานทุกๆ 400 ปี คนรุ่นเราโชคดีได้เห็นเจดีย์บาน โปรดแชร์ให้คนอื่นได้เห็น โชคดีตลอดชีวิต!” Source | Archive โดยเราพบว่านอกจากโพสต์ข้างต้นแล้ว วิดีโอดังกล่าวยังถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทีมงาน Fact Crescendo พบว่าคำกล่าวอ้างที่มาพร้อมกับวิดีโอดังกล่าวนั้นเป็นเท็จ ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากที่เราได้ทำการตรวจสอบและค้นหาข้อมูล เราไม่พบดอกไม้ชื่อ “มหาโมลี” หรือ “Mahameru” ตามข้อความที่กล่าวอ้างใดๆ ส่วนดอกพญาเสือโคร่ง เป็นไปได้ว่าจะมาจาก “ดอกนางพญาเสือโคร่ง” (ชื่อภาษาอังกฤษ Wild Himalayan cherry หรือ Sour cherry, ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus cerasoides) นั้นก็มีลักษณะแตกต่างจากดอกไม้ในวิดีโอโดยสิ้นเชิง โดยนางพญาเสือโคร่งจะมีลักษณะเป็นดอกสีชมพู กลีบเล็ก คล้ายกับดอกซากุระ […]

Continue Reading

 อย่าหลงเชื่อ! วิดีโอดวงจันทร์ขนาดยักษ์ที่อาร์กติกเป็นภาพตัดต่อ

จากที่มีวิดีโอดวงจันทร์ขนาดยักษ์แชร์อย่างแพร่หลายบนโลกโซเชียล โดยอ้างว่าวิดีโอดังกล่าวบันทึกภาพขึ้นในแถบอาร์กติก ที่ระหว่างเขตแดนของรัสเซียและแคนาดา ซึ่งในวิดีโอได้แสดงภาพดวงจันทร์ขนาดยักษ์ที่บดบังดวงอาทิตย์ โดยดวงจันทร์ปรากฏขึ้นในระยะใกล้พื้นผิวโลกเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะบดบังดวงอาทิตย์และทำให้เกิดความมืดชั่วขณะ และจางหายไปในขอบฟ้า Source | Archive โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ได้บรรยายคลิปดังกล่าวว่า “ภาพหาดูยาก!! ในดินแดนอาร์กติกยามดวงจันทร์ขนาดใหญ่โผล่ออกมา 30 วินาทีแล้วไปบังดวงอาทิตย์จนมิด 5 วินาที หลังจากนั้นก็หายไป” โดยวิดีโอได้มีการแชร์ต่ออย่างแพร่หลายบนแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆ รวมถึงทวิตเตอร์ด้วยเช่นกัน Archive โดยวิดีโอในทวีตดังกล่าวมีการรับชมไปแล้วกว่า 630,000 ครั้ง Fact Crescendo ได้ตรวจสอบคลิปดังกล่าวและพบว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปตัดต่อ และทางเฟซบุ๊กยังได้ขึ้นข้อความเตือนในโพสต์ดังกล่าวแล้วว่าเป็นคลิปตัดต่อ ตรวจสอบข้อเท็จจริง Archive ทางทีมงาน Fact Crescendo ได้ทำการตรวจสอบโดยการค้นหาคีย์เวิร์ดใน Google และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ และพบว่าทวีตจาก Hoaxeye ที่ชี้แจงเกี่ยวกับรูปภาพดังกล่าวว่า “เราพบว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับวิดีโอแอนิเมชันที่มีการตัดต่อ/ใช้เอฟเฟกต์พิเศษนี้ปัญหาเดียวคือเรายังไม่พบศิลปินที่ตัดต่อคลิปนี้ขึ้นมา คลิปวิดีโอนี้ทำให้เราคิดถึงแอนิเมชันที่ทำขึ้นเมื่อปี 2013 คลิปนี้ https://youtube.com/watch?v=oBDZtt0vWD8” นอกจากนี้เรายังได้เบาะแสจากทวีตนี้เพิ่มเติม ซึ่ง Hoaxeye อ้างว่า บัญชีผู้ใช้ติ๊กต็อก “Aleksey___nx” เป็นผู้ตัดต่อคลิปนี้ขึ้นมา โดยบัญชีดังกล่าวได้โพสต์วิดีโอนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2017  Archive […]

Continue Reading

โพสต์ประกาศหาแรงงานไทย 4,000 อัตราทำงานสวนผักในเกาหลีผ่านกรมจัดหางานเป็นข่าวปลอม

Source | Archive ตามที่มีโพสต์อ้างว่ามีตำแหน่งงานว่างสำหรับคนไทยเพื่อทำงานในสวนผักที่ประเทศเกาหลีใต้กว่า 4,000 อัตรา โดยมีรายได้ต่อเดือนกว่า 79,000 บาท นอกจากนี้ยังอ้างว่าเป็นการเปิดรับสมัครโดยกรมแรงงาน และไปอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งโพสต์ในลักษณะดังกล่าวก็ได้รับความสนใจและมีการแชร์ในเฟซบุ๊กและแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง Fact Crescendo ได้ทำการตรวจสอบโพสต์ดังกล่าวและโพสต์อื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งพบว่าในโพสต์ดังกล่าวนั้นไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการใดๆ จากทางกรมจัดหางานเกี่ยวกับงานดังกล่าว มีเพียงลิงก์ไปยังตัวแทนของเพจนั้นๆ ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทางกรมแรงงานหรือเจ้าหน้าที่จัดหางานที่ได้รับการตรวจสอบยืนยัน และเพจเฟซบุ๊กนั้นเป็นเพียงเพจสถาบันสอนภาษาเกาหลี ไม่ใช่สำนักงานจัดหางานแต่อย่างใด และถือเป็นข้อมูลเท็จ ข้อกล่าวอ้าง โพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าวอ้างว่ากรมแรงงานเตรียมเปิดรับแรงงานไทยเพื่อทำงานในสวนผักที่เกาหลีใต้กว่า 4,000 อัตรา รายได้ต่อเดือนกว่า 79,000 บาท ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมการจัดหางานยืนยันว่าโพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะข้างต้นที่โพสต์เกี่ยวกับตำแหน่งงานว่างในเกาหลีนั้นไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นโพสต์การรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลี และทดสอบทักษะการทำงาน (Point System) สำหรับผู้ที่สนใจไปทำงานที่สาธารณรัฐเกาหลีเท่านั้น และเพจดังกล่าวไม่ได้มีอำนาจหรือมีสิทธิ์ในการจัดหางานในเกาหลีให้กับคนไทยแต่อย่างใด และการทดสอบ Point System ดังกล่าวก็ได้ปิดรับสมัครไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2565 (ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ) นอกจากนี้ กรมการจัดหางานยังได้ออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์ เพื่อเตือนภัยเกี่ยวกับโพสต์ประกาศรับสมัครแรงงานต่างๆ บนเฟซบุ๊กที่ไม่ได้มาจากหน่วยงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือตัวแทนจัดหางานที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังชี้แจงว่า งานด้านการเกษตรในเกาหลีที่ทางกรมแรงงานเปิดรับส่วนใหญ่มักจะเป็นงานระยะสั้นตามฤดูกาล และไม่เน้นทักษะภาษาเกาหลี […]

Continue Reading

 กรมการปกครองไม่ได้ประกาศใช้ทะเบียนบ้านดิจิทัล 

Source | Archive ตามที่มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศใช้ทะเบียนบ้านดิจิทัล โดยมีภาพประกาศราชกิจจานุเบกษา กระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการใช้ระบบดิจิทัลสำหรับทะเบียนบ้าน และการลงทะเบียนเพื่อใช้งานทะเบียนบ้านแบบออนไลน์ Source | Archive Fact Crescendo ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวก็พบว่าพาดหัวข่าวที่ระบุว่ามีการเปิดให้ใช้งานทะเบียนบ้านในรูปแบบออนไลน์นั้นเป็นข้อมูลที่ชวนให้เข้าใจผิด โดยประกาศใช้งานระบบดิจิทัลดังกล่าวเป็นระบบ Digital ID เพื่อใช้พิสูจน์และยืนยันตัวตนเท่านั้น ข้อกล่าวอ้าง กรมการปกครองประกาศเปิดใช้งานทะเบียนบ้านดิจิทัล โดยสามารถใช้งานได้แบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันของทางรัฐได้แล้ว ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อทาง Fact Crescendo ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนบ้านดิจิทัล พบว่ามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกาศราชกิจจานุเบกษาข้างต้น โดยทางกรมการปกครอง (สำนักทะเบียนกลาง) ได้ชี้แจงว่า กฎกระทรวงกำหนดการปฏิบัติงานการทะเบียนราษฎรด้วยระบบดิจิทัล พ.ศ. 2565 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 โดยมีเจตนารมณ์ในการนำเทคโนโลยีระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลมาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการงานทะเบียนราษฎร และเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน กฎกระทรวงดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ 14 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป (ข้อมูลจาก TNN Thailand) ส่วนแอปพลิเคชัน D.DOPA ที่เปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนนั้นเป็นระบบที่ให้บริการด้านทะเบียนราษฎร ที่ประชาชนสามารถดาวน์โหลดและติดต่อขอรับบริการที่สำนักทะเบียนเพื่อทำการกำหนดรหัสผ่านในการใช้งาน และลงทะเบียนในแอป โดยเมื่อลงทะเบียนแล้วจะสามารถตรวจสอบข้อมูลของตนเอง เช่น […]

Continue Reading