Wednesday, July 17, 2024

FACT CHECKS

ข้อความว่าไทยเป็นมีผู้ป่วยมะเร็งอันดับ 1 ของเอเชียเป็นข้อมูลเท็จ

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีข้อความแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า องค์การอนามัยโลกประกาศว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโรคมะเร็งอันดับ 1 ของเอเชีย โพสต์บนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้ Facebook หลายรายได้แชร์ข้อความว่า “ช็อก!!! ไทยได้เป็นอันดับที่ 1 แล้ว องค์การอนามัยโลกรายงานตอนนี้ไทยเป็นมะเร็งเบอร์ 1 ของเอเชียแล้ว อัตราส่วน1 คนจาก 8 คน สาเหตุเกิดจาก 1. กินเนื้อสัตว์ย่าง 2. กินอาหารกะทิค้างคืน 3. กินกล้วยแขกปาท่องโก๋ขนมครก 4. กินผัดผักค้างคืน 5. ใช้กล่องโฟมใส่อาหาร สัมผัสสารก่อมะเร็งจากกล่องโฟม” ที่มา | ลิงก์ถาวร  ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง อันดับประเทศที่มีผู้ป่วยมะเร็งมากที่สุดในเอเชีย: ข้อมูลจากเว็บไซต์ World Cancer Reserch Fund International ได้ระบุว่า ประเทศที่มีอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งมากที่สุดในเอเชียได้แก่ จีน […]

Political

ชายในวิดีโอที่แอบอ้างเป็น “โทมัส ครุกส์” ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุตัวจริง

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ระหว่างการหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ ในเมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย มีเสียงปืนดังขึ้น ส่งผลให้หน่วยสืบราชการลับต้องรีบยึดเวทีไว้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นเหตุกราดยิงหลายนัด และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ถูกพาตัวออกไปด้วยขบวนคาราวานหลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหู หลังจากนั้น FBI ระบุว่ามือปืนคือ โทมัส แมทธิว ครุกส์ วัย 20 ปี โดยใช้ปืนไรเฟิลสไตล์ AR ซึ่งอยู่ห่างจากเวทีประมาณ 400 ฟุต (ที่มา: CBS) และหลังจากเหตุการณ์อันตื่นตระหนกที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้คนทั่วทั้งโลกครั้งนี้ ก็มีวิดีโอหนึ่งแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย โดยบุคคลในวิดีโอได้ระบุว่าเขาคือ “โทมัส แมทธิว ครุกส์” และเจ้าหน้าที่จับคนร้ายผิดตัว โพสต์บนโซเชียลมีเดีย วิดีโอของชายผมบลอนด์ยาว สวมเสื้อสีน้ำเงิน พร้อมกล่าวว่า “ผมชื่อ โทมัส แมทธิว ครุกส์ ผมเกลียดริพับบลิกัน ผมเกลียดทรัมป์ แล้วรู้อะไรไหม พวกเขาจับคนผิด” ได้แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง Facebook, TikTok และ X […]

ข้อความว่านายกฯ เตรียมผลักดันผ้าไหมเป็นเครื่องแบบนักเรียน ไม่เป็นความจริง

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข้อกล่าวอ้างแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ระบุว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต้องการผลักดันผ้าไหมให้นักเรียนใส่เป็นเครื่องแบบทั่วประเทศ โพสต์บนโซเชียลมีเดีย มีภาพและข้อความแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม Facebook ระบุว่า “ผ้าไหมชุดนร.! นายกเดินหน้าดันซอฟพาวเวอร์ผ้าไหม เตรียมให้นักเรียนทั่วประเทศใส่เป็นเครื่องแบบแทนชุดนักเรียน เผยเพื่อส่งเสริมความเป็นไทยให้กับเยาวชน” ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร เราพบว่าภาพและข้อความดังกล่าวแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) เช่นเดียวกัน ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นไม่เป็นความจริง ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบ เราไม่พบรายงานข่าวที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องการผลักดันให้ใช้ผ้าไหมเป็นเครื่องแบบนักเรียนทั่วประเทศจากแหล่งข่าวใดๆ ที่เชื่อถือได้ และเราได้ดำเนินการตรวจสอบรูปภาพที่แพร่กระจายพร้อมข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และพบว่า รูปภาพนักเรียนในชุดผ้าไทยนั้นเป็นภาพจากเมื่อปี 2562 โดยทางโรงเรียนกระเทียมวิทยา จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนนุ่งผ้าไหมสุรินทร์ในทุกวันศุกร์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ผ้าไหมท้องถิ่น (ที่มา) ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวอ้างดังกล่าวแต่อย่างใด ที่มา | ลิงก์ถาวร แม้ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีความสนใจในผ้าไทย โดยต้องการผลักดันผ้าไหมไทยออกสู่ตลาดโลกจริง (อ่านข่าวได้ที่นี่) […]

International

ชายในวิดีโอที่แอบอ้างเป็น “โทมัส ครุกส์” ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุตัวจริง

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ระหว่างการหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ ในเมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย มีเสียงปืนดังขึ้น ส่งผลให้หน่วยสืบราชการลับต้องรีบยึดเวทีไว้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นเหตุกราดยิงหลายนัด และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ถูกพาตัวออกไปด้วยขบวนคาราวานหลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหู หลังจากนั้น FBI ระบุว่ามือปืนคือ โทมัส แมทธิว ครุกส์ วัย 20 ปี โดยใช้ปืนไรเฟิลสไตล์ AR ซึ่งอยู่ห่างจากเวทีประมาณ 400 ฟุต (ที่มา: CBS) และหลังจากเหตุการณ์อันตื่นตระหนกที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้คนทั่วทั้งโลกครั้งนี้ ก็มีวิดีโอหนึ่งแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย โดยบุคคลในวิดีโอได้ระบุว่าเขาคือ “โทมัส แมทธิว ครุกส์” และเจ้าหน้าที่จับคนร้ายผิดตัว โพสต์บนโซเชียลมีเดีย วิดีโอของชายผมบลอนด์ยาว สวมเสื้อสีน้ำเงิน พร้อมกล่าวว่า “ผมชื่อ โทมัส แมทธิว ครุกส์ ผมเกลียดริพับบลิกัน ผมเกลียดทรัมป์ แล้วรู้อะไรไหม พวกเขาจับคนผิด” ได้แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง Facebook, TikTok และ X […]

ภาพไวรัล “โลมาสีชมพู” ไม่ใช่ภาพจริง

ภาพโลมาสีชมพู กำลังได้รับความสนใจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ โดยมีการแชร์อย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวมทั้งมีผู้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับภาพโลมาดังกล่าวว่าเป็นภาพจริงหรือเป็นแค่ AI โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้ Facebook ได้โพสต์รูปโลมาสีชมพู พร้อมข้อความว่า “เป็นภาพที่หาดูได้ยากกับน้อง “โลมาสีชมพู”” โดยโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีการแชร์ต่อกว่าหนึ่งหมื่นครั้ง มีการกดถูกใจกว่าสองหมื่นครั้ง และการแสดงความคิดเห็นกว่าหนึ่งพันครั้ง และเรายังพบภาพชุดดังกล่าวแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม Facebook เป็นจำนวนมาก เช่น ที่นี่ และที่นี่ ที่มา | ลิงก์ถาวร นอกจากนี้ภาพเดียวกันนังแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม X และมีผู้รับชมไปกว่าสามล้านครั้งอีกด้วย ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม เราพบว่ารูปภาพดังกล่าวไม่ใช่ภาพของโลมาสีชมพูของจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยการใช้ฟีเจอร์ Reverse Image Search เพื่อค้นหาที่มาของรูปภาพดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เราไม่พบแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือใดๆ ของรูปภาพนี้ และพบว่าไม่กี่วันก่อน ภาพชุดดังกล่าวมีการแชร์จากผู้ใช้ X (Twitter) ต่างชาติ พร้อมระบุว่าพบโลมาสีชมพูดังกล่าวในทะเลแถบนอร์ทแคโรไลนา เราจึงค้นหาข่าวการค้นพบโลมาสีชมพูที่แถบนอร์ทแคโรไลนา แต่ก็ไม่พบรายงานดังกล่าวจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือใดๆ นอกจากนี้ ตัวแทนของสำนักงานประมง รัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้ยืนยันกับทางเว็บไซต์ Verify […]

วิดีโอ “คอลเซนเตอร์จีน” ไม่ได้มาจากเหตุการณ์จริง

มีวิดีโอแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อกล่าวอ้างว่าเป็นวิดีโอของมิจฉาชีพคอลเซนเตอร์ในประเทศจีนที่ถูกจับกุม และตัดสินประหารชีวิต โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เราได้รับเบาะแสผ่านทางไลน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรา โดยวิดีโอดังกล่าวมีการส่งต่ออย่างแพร่หลายในแพลตฟอร์ม LINE พร้อมข้อความว่า “คอลเซนเตอร์ ที่หลอกเอาเงินทองและทำความเดือดร้อนแก่คนแก่หลังเกษียณในประเทศจีนตายทุกคน กฎหมายประเทศจีนเขาแรง ไม่มีลดโทษ ประหารสถานเดียว ดูตอนจบ น่าสงสาร น่าเสียดาย สวยๆ ทั้งนั้น” ลิงก์ถาวร นอกจากนี้เรายังพบวิดีโอเดียวกัน แพร่กระจายบน Facebook พร้อมข้อกล่าวอ้างที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย ที่มา | ลิงก์ถาวร ส่งเบาะแสข้อมูลที่ต้องการให้เราช่วยตรวจสอบได้ที่นี่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยการใช้ฟีเจอร์ Reverse Image Search จากคีย์เฟรมในวิดีโอเพื่อค้นหาที่มาของวิดีโอดังกล่าว และเราพบว่าวิดีโอนี้ได้แพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆ ในประเทศจีนเช่นเดียวกัน พร้อมข้อกล่าวอ้างที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย ว่ากลุ่มบุคคลในภาพนั้นเป็นนักโทษค้ายาเสพติด และถูกตัดสินประหารชีวิต โดยวิดีโอดังกล่าวมีการโพสต์ทั้งในเว็บไซต์ Weibo และ Youkou อย่างไรก็ตาม เราพบว่าวิดีโอดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โดยวิดีโอดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยบัญชี “Landu Film and Television” โดยในวิดีโอต้นฉบับที่อัปโหลดขึ้นในบัญชีของช่องดังกล่างนั้น มีการใส่เครดิตชื่อช่อง และใส่คำเตือนไว้ว่าวิดีโอดังกล่าวเป็นเพียงเหตุการณ์สมมติ แต่เครดิตและคำเตือนถูกตัดออกในวิดีโอที่มีการแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย ดูวิดีโอต้นฉบับได้ที่นี่ (ซ้าย: […]

Follow us