ภาพ ปธน. ทรัมป์ ยืนคุยกับบุคคลปริศนา เป็นภาพที่สร้างขึ้นโดยใช้ AI

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีภาพไวรัลที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่าเป็นภาพประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนอยู่กลางแจ้งร่วมกับบุคคลสามคนที่มีรูปร่างสูงผิดปกติ ผมสีอ่อนซีด และสวมเครื่องแบบสีแดงที่มีลวดลายหรูหรา ผู้ใช้บางราบที่เผยแพร่ภาพดังกล่าวอ้างว่า ทรัมป์เป็นผู้โพสต์ภาพนี้ด้วยตนเองก่อนจะลบออกในภายหลัง ส่งผลให้เกิดการคาดเดาต่าง ๆ ว่าภาพดังกล่าวอาจเป็นหลักฐานของการพบปะลับกับ “บุคคลปริศนา” “มนุษย์ต่างดาว” หรือแม้กระทั่งสมาชิกหน่วยราชองครักษ์ของนอร์เวย์ ภาพดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากมีลักษณะแปลกตา และไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของเราพบว่า ไม่มีหลักฐานใดที่แสดงว่าทรัมป์เคยโพสต์หรือลบภาพดังกล่าว และภาพนี้เป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ภาพไวรัลดังกล่าวแสดงให้เห็นทรัมป์ยืนอยู่ในบริเวณที่ดูคล้ายกับสนามของทำเนียบขาว ขณะกำลังพูดคุยกับบุคคลสามคนที่มีรูปร่างสูง สวมเครื่องแบบพิธีการสีแดงสด และมีผมยาวสีบลอนด์แพลทินัม ผู้ใช้บางรายอ้างว่า ทรัมป์หรือทำเนียบขาวเป็นผู้โพสต์ภาพนี้ ก่อนที่จะลบออกในเวลาต่อมา ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่พบหลักฐานว่าทรัมป์เคยโพสต์ภาพดังกล่าว ไม่มีโพสต์ไวรัลใดแสดงภาพหน้าจอที่สามารถตรวจสอบได้ว่าภาพนี้เคยปรากฏบนบัญชี Truth Social อย่างเป็นทางการของทรัมป์ อีกทั้งยังไม่มีการนำเสนอสำเนาที่ถูกบันทึกไว้ (Archived Version) ของโพสต์ที่ถูกกล่าวอ้าง นอกจากนี้ ไม่แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือใด ๆ รายงานว่าทรัมป์เคยโพสต์และลบภาพดังกล่าว และเรายังไม่พบหลักฐานว่าภาพนี้เคยปรากฏบนช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว เอกสารการสื่อสารของประธานาธิบดี […]

Continue Reading

SCB ยังไม่มีบริการ ATM สแกนม่านตา “ATM Iris” ตามข้อกล่าวอ้างในโซเชียล

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีโพสต์โซเชียลมีเดียอ้างว่าธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดตัวบริการใหม่ชื่อ “ATM Iris” ซึ่งสามารถถอนเงิน โอนเงิน และชำระบิลได้เพียงแค่มองกล้องให้ระบบสแกนม่านตา โดยไม่ต้องใช้บัตร ATM โทรศัพท์มือถือ หรือรหัส PIN โพสต์ดังกล่าวยังระบุรายละเอียดจำนวนมาก เช่น การสแกนม่านตา 256 จุด ความแม่นยำ 99.999% การเปิดให้บริการนำร่อง 50 จุดในศูนย์การค้าและสนามบิน รวมถึงอ้างว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะประกาศให้เป็นมาตรฐานระดับประเทศในปีหน้าอย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม โพสต์บนโซเชียลมีเดีย โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “SCB เปิดตัว ATM Iris 50 จุดนำร่อง พารากอน เอ็มควอเทียร์ สนามบิน ยืนหน้าตู้ มองกล้อง 2 วินาที ระบบสแกนม่านตา 256 จุด เช็คกับฐานข้อมูลแบงก์ชาติ ยืนยันตัวตนแม่น 99.999%” พร้อมอ้างว่าสามารถถอนเงินได้สูงสุด 50,000 บาทต่อวันโดยไม่ต้องใช้ PIN ที่มา | […]

Continue Reading

รัฐบาลยืนยัน ไม่มีการอนุมัติงบ 800 ล้านบาท เป็นทุนการศึกษาให้เด็กกัมพูชา

เมื่อเร็วๆ นี้มีการเผยแพร่ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์อ้างว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยืนยันการใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เด็กกัมพูชา โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการตามหลักมนุษยธรรมและหลักสากล ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวถูกแชร์อย่างกว้างขวางบน Facebook, TikTok และแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลนำงบประมาณของคนไทยไปสนับสนุนชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานภาครัฐ และสื่อที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และกระทรวงศึกษาธิการได้ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่เคยมีการเสนอ พิจารณา หรืออนุมัติงบประมาณ 800 ล้านบาทเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้เด็กกัมพูชาแต่อย่างใด โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ข้อความที่ถูกเผยแพร่ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติงบประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็กกัมพูชา โดยมีการอ้างถึงเหตุผลด้านมนุษยธรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ Source | Archive Source | Archive ตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทรวงศึกษาธิการยืนยันว่าไม่เคยมีการเสนอหรืออนุมัติงบดังกล่าว โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยยืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวที่กล่าวอ้างว่า “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ทุนการศึกษาแก่เด็กกัมพูชา 800 ล้านบาท” นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ ไม่เคยมีการนำเสนอประเด็นนี้เข้าสู่ที่ประชุม การเสนอแนวคิด หรือแม้แต่การหารือกันในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการมาก่อน ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ จึงขอความร่วมมือไปยังประชาชน ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาและสื่อมวลชนทุกแขนง […]

Continue Reading

TTB ยืนยัน กระแส “KTB ควบรวม TTB” ไม่เป็นความจริง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เกิดกระแสข่าวบนสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับดีลขนาดใหญ่ระหว่างธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารทหารไทยธนชาติ (TTB) โดยมีการอ้างว่าทั้งสองธนาคารอาจควบรวมกิจการกัน จนกลายเป็น “Super Bank” ที่มีสินทรัพย์รวมมากกว่า 5 ล้านล้านบาท และอาจขึ้นเป็นธนาคารอันดับหนึ่งของไทยในแง่ขนาดสินทรัพย์ กระแสดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางหลังสื่อบางแห่งเผยแพร่ข่าวในลักษณะ “จับตาดีลใหญ่” หรือ “วงในธนาคาร” ก่อนที่ข้อมูลจะถูกแชร์ต่อในรูปแบบโพสต์วิเคราะห์หุ้น คลิปสรุปข่าว และคอนเทนต์เชิงคาดการณ์บนโซเชียลมีเดีย จนทำให้นักลงทุนจำนวนมากเข้าใจว่าอาจมีการเจรจาควบรวมเกิดขึ้นจริง ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ตรวจสอบข้อเท็จจริง กระแสข่าวเริ่มได้รับความสนใจหลังมีการเผยแพร่บทวิเคราะห์ที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมระหว่างธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทยธนชาติในปี 2568 โดยระบุว่า หากเกิดขึ้นจริง ธนาคารใหม่จะมีสินทรัพย์รวมราว 5.36 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจแซงหน้าธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ในระบบการเงินไทย ในเชิงธุรกิจ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าทั้งสองธนาคารมีศักยภาพ ในการส่งเสริมประสิทธิภาพ จากฐานลูกค้า ระบบดิจิทัล และเครือข่ายสาขา ทำให้ข่าวลือดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วในหมู่นักลงทุนและสื่อการเงิน แม้จะยังไม่มีข้อมูลทางการรองรับก็ตาม หลังข่าวลือแพร่กระจาย ราคาหุ้นของทั้งธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทยธนชาติปรับตัวขึ้นทันทีในช่วงการซื้อขาย โดยนักลงทุนจำนวนหนึ่งคาดหวังว่าหากเกิดการควบรวมจริง อาจส่งผลบวกต่อมูลค่าธุรกิจและขนาดของธนาคารใหม่ (ที่มา) อย่างไรก็ตาม ธนาคารทหารไทยธนชาติแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2568 […]

Continue Reading

วิดีโออาคารรัฐสภาโบลิเวียถล่ม เป็นวิดีโอจาก AI

เมื่อเร็วๆ นี้ มีวิดีโอถูกแชร์อย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่าเป็นภาพเหตุการณ์เวทีรัฐสภาโบลิเวียถล่มกลางที่ประชุมอย่างกะทันหัน และคำอธิบายที่อ้างว่าเกิดจากแผ่นดินไหว ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์จริง แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเราพบว่า คลิปนี้เป็นวิดีโอที่สร้างขึ้นด้วย AI โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เราได้รับเบาะแสจากผู้ใช้ผ่านทาง LINE ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรา ว่ามีวิดีโอหนึ่งที่กำลังเป็นไวรัล ซึ่งแสดงภาพห้องประชุมที่ดูเหมือนเป็นรัฐสภา และผนังด้านหลังพังถล่มลงมา สร้างความวุ่นวายภายในห้องอย่างฉับพลัน พร้อมข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในรัฐสภาโบลิเวีย และเชื่อมโยงกับเหตุแผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศ พบข้อมูลน่าสงสัย? ส่งให้เราตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ที่นี่ โดยจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าวิดีโอดังกล่าวได้แพร่กระจายบยแพลตฟอร์ม Facebook ด้วยเช่นเดียวกัน Source | Archive Source | Archive ตรวจสอบข้อเท็จจริง แผ่นดินไหวล่าสุดในโบลิเวีย เว็บไซต์ Earthquaketrack.com รายงานว่าเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2025 โบลิเวียเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.4 แมกนิจูด ซึ่งจัดว่าเป็นระดับปานกลาง อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานความเสียหายต่ออาคาร หรือเหตุการณ์ถล่มใดๆ ที่เกิดขึ้นตามมา นอกจากนี้ ไม่มีสื่อกระแสหลัก หน่วยงานภาครัฐ หรือทีมกู้ภัยในโบลิเวียรายงานหรือยืนยันว่ามีเหตุการณ์รัฐสภาพังถล่มตามที่ปรากฏในวิดีโอแต่อย่างใด การวิเคราะห์วิดีโอ จากการพิจารณาอย่างละเอียด วิดีโอดังกล่าวมีลักษณะหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า ไม่ได้เป็นภาพเหตุการณ์จริง แต่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี AI เช่น การปรากฏตัวผิดธรรมชาติของบุคคลในภาพ […]

Continue Reading

โพสต์ไวรัลอ้างสิงคโปร์ไล่กัมพูชาออกจากอาเซียน พร้อมแบ่งดินแดนให้ไทย ลาว และเวียดนาม เป็นข้อมูลเท็จ

เมื่อเร็วๆ นี้ บนโซเชียลมีเดีย์ได้มีการแชร์ข้อความที่อ้างว่า “สิงคโปร์ไล่กัมพูชาออกจากอาเซียน และแบ่งดินแดนของกัมพูชาให้ไทย ลาว และเวียดนาม” โดยมีการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริง เราไม่พบหลักฐานใดๆ ที่ยืนยันว่าข้อความดังกล่าวเป็นความจริง โพสต์บนโซเชียลมีเดีย มีข้อความที่แพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม Facebook และ X ระบุว่า: “สิงคโปร์ ไล่กัมพูชาออกจากอาเซียน พร้อมแบ่งดินแดนเป็น 3 ส่วนให้ไทย ลาว และเวียดนาม” ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานว่ากัมพูชาถูกขับออกจากอาเซียน กัมพูชาเป็นสมาชิกอาเซียนมาตั้งแต่ปี 1999 และยังคงมีสถานะสมาชิกอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยปัจจุบันยังไม่มีแถลงการณ์จากอาเซียน หรือประเทศสมาชิกใด รวมถึงสิงคโปร์ ที่ระบุว่ากัมพูชาถูกขับออกจากองค์กร นอกจากนี้ กระบวนการขับประเทศใดประเทศหนึ่งออกจากอาเซียนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และ ไม่มีบทบัญญัติชัดเจนในกฎบัตรอาเซียนที่เปิดช่องให้ดำเนินการเช่นนั้น โดยอาเซียนยึดหลัก ไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน และดำเนินการทุกอย่างด้วย ฉันทามติของประเทศสมาชิกทั้งหมด (ที่มา: สถาบันพระปกเกล้า, The 101 […]

Continue Reading

ข้อความอ้างว่าจะเกิดสึนามิใหญ่วันที่ 5 ก.ค. ไม่เป็นความจริง

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข้อความแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย ระบุว่าจะเกิดสึนามิครั้งใหญ่ขึ้นที่ภาคใต้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม โดยโพสต์ดังกล่าวได้มีการแชร์ออกไปอย่างแพร่หลายและสร้างความตื่นตระหนักให้ประชาชน โพสต์บนโซเชียลมีเดีย มีข้อความไวรัลบนแพลตฟอร์ม Facebook ที่ระบุว่า จะเกิดสึนามิครั้งใหญ่ในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ โดยเนื้อหาโพสต์ระบุว่า: ”สึนามิยักษ์ ในเดือน ก.ค. จะมา 5 ก.ค. 68 เวลา ตี 4-5 น. จะโดนเฉพาะ ภาคใต้เท่านั้น ได้แก่ ชุมพร-นราธิวาส คลื่นจะสูง 200 ม. จะมา 9 วัน จะมาทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งอันดามัน และฝั่งอ่าวไทย ใครที่อยู่ติดทะเลหรืออยู่บนพื้นที่ราบ ไม่รอดค่ะ ประเทศที่จะโดนแน่ๆ คือ ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, ฮ่องกง, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ไทย” […]

Continue Reading

ข้อความ “ผงชูรสเป็นอันดับหนึ่งในการก่อมะเร็ง” และ “8 บัญชีดำอาหารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง” เป็นข้อมูลเท็จ

เมื่อไม่นานมานี้ มีการแชร์ข้อความไวรัลบนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “ผงชูรสเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในการก่อมะเร็ง” พร้อมแนบรายชื่อ “บัญชีดำอาหาร 8 อย่าง” ที่อ้างว่าหากบริโภคเป็นประจำจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังกล่าวอ้างว่าคนจีนป่วยเป็นมะเร็งจำนวนมากเพราะบริโภคอาหารเหล่านี้ เราตรวจสอบข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และพบว่า ข้อความเหล่านี้เป็นข้อมูลบิดเบือน และไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์รองรับ โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เราได้รับเบาะแสผ่านช่องทาง LINE ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรา ว่ามีข้อความแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม LINE รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น Facebook โดยกล่าวว่า:  “ผงชูรสเป็นอันดับหนึ่งในการก่อมะเร็ง! ตอนนี้คนจีนเป็นโรคมะเร็งสูง! บัญชีดำอาหารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง Source | Archive พบข้อมูลน่าสงสัย? ส่งให้เราตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ที่นี่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกล่าวอ้างที่ 1: ผงชูรส (MSG) เป็นอันดับหนึ่งในการก่อมะเร็ง ไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าการบริโภคผงชูรส (MSG: Monosodium Glutamate) จะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งในมนุษย์ (ที่มา: Healthline, Cancer Fact Finder) ข้อกล่าวอ้างที่ 2: คนจีนเป็นโรคมะเร็งสูง เพราะบริโภคอาหารในบัญชีดำ ข้อมูลจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network […]

Continue Reading

ตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดพระวิหารและช่องบก จ.อุบลราชธานี ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อและประชาชนทั้งสองประเทศ เนื่องจากมีการกล่าวอ้างที่เกี่ยวข้องกับการใช้โดรนและเหตุการณ์ทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ข้อกล่าวอ้างที่ 1: ไทยส่งโดรนรุกล้ำเขตกัมพูชาเพื่อสอดแนม สื่อกัมพูชาหลายแห่ง รวมถึงสำนักข่าว Khmer Times รายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 ว่า ทหารกัมพูชาที่ประจำการอยู่ในจังหวัดพระวิหาร สามารถสกัดกั้นโดรนที่บินรุกล้ำน่านฟ้าประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ในการลาดตระเวน โดยอ้างว่าโดรนดังกล่าวถูกส่งมาจากกองทัพไทยเพื่อสอดแนมการเคลื่อนไหวของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของกัมพูชาในพื้นที่แนวหน้าชายแดน ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ข้อกล่าวอ้างที่ 2: คลิป ฮุน เซน ลูบหัว ภูมิธรรม มีกระแสข่าวบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับภาพหรือคลิปที่อ้างว่าแสดงให้เห็นสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา “ลูบหัว” นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย ซึ่งถูกตีความว่าเป็นท่าทีที่แสดงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ใกล้ชิดหรืออาจถูกใช้เพื่อสร้างความเข้าใจผิดในบริบททางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามีความตึงเครียดจากเหตุการณ์ชายแดน ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกล่าวอ้างที่ 1: พล.ต.วินธัย […]

Continue Reading

ข้อความไวรัลว่าโควิด-19 เกิดจากแบคทีเรีย “เป็นข้อมูลเท็จ”

เมื่อเร็วๆ มีข้อความที่กำลังแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียโดยที่อ้างว่าสิงคโปร์ค้นพบว่าโควิด-19 เกิดจากแบคทีเรียไม่ใช่ไวรัส ซึ่งยังอ้างว่าสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโควิด-19 นั้นมาจากลิ่มเลือดอุดตัน เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่าน ข้อความนี้ก็กลับมาแพร่กระจายอย่างกว้างขวางอีกครั้ง โพสต์บนโซเชียลมีเดีย มีข้อความหนึ่งแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับ COVID-19 ที่อ้างว่า แพทย์ในสิงคโปร์ค้นพบว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้วางแผนสมคบคิดเพื่อหลอกลวงผู้คนเกี่ยวกับโรคนี้และแนวทางการรักษา ข้อความยังอ้างเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ได้ค้นพบวิธีรักษาไวรัสแล้ว และยังอ้างอีกว่า ไวรัสโคโรนาไม่ใช่ไวรัส แต่เป็นแบคทีเรีย และสามารถรักษาโควิดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ นอกจากนี้ยังกล่าวว่า สาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโควิดคือการเกิดลิ่มเลือด (thrombosis) หรือภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือด ข้อความยังระบุอีกว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ห้อง ICU หรือเครื่องช่วยหายใจในการรักษาผู้ป่วยโควิด และกล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ได้เปลี่ยนแนวทางการรักษา โดยให้ผู้ป่วยโควิดรับประทานแอสไพริน ที่มา | ลิงก์ถาวร ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบพบว่า ข้อความดังกล่าวเป็นข้อความเท็จที่มีการแพร่กระจายมาตั้งแต่ปี 2021 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาลสิงคโปร์ก็ได้ออกมาชี้แจงในกรณีดังกล่าวแล้ว และ Fact Crescendo ได้ตรวจสอบข้อกล่าวอ้างนี้ในเวอร์ชั้นภาษาอังกฤษที่แพร่กระจายเมื่อปี 2021 ไว้ที่นี่ ข้อกล่าวอ้างที่ 1: สิงคโปร์ทำการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตจากโควิด กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ได้ชี้แจงผ่านเพจ Facebook อย่างเป็นทางการว่า ประเทศไม่ได้ทำการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตจากโควิดเลย และข้อมูลที่อยู่ในข้อความดังกล่าวไม่มีมูลความจริงทางวิทยาศาสตร์ โพสต์บน Facebook […]

Continue Reading