
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เกิดกระแสข่าวบนสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับดีลขนาดใหญ่ระหว่างธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารทหารไทยธนชาติ (TTB) โดยมีการอ้างว่าทั้งสองธนาคารอาจควบรวมกิจการกัน จนกลายเป็น “Super Bank” ที่มีสินทรัพย์รวมมากกว่า 5 ล้านล้านบาท และอาจขึ้นเป็นธนาคารอันดับหนึ่งของไทยในแง่ขนาดสินทรัพย์
กระแสดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางหลังสื่อบางแห่งเผยแพร่ข่าวในลักษณะ “จับตาดีลใหญ่” หรือ “วงในธนาคาร” ก่อนที่ข้อมูลจะถูกแชร์ต่อในรูปแบบโพสต์วิเคราะห์หุ้น คลิปสรุปข่าว และคอนเทนต์เชิงคาดการณ์บนโซเชียลมีเดีย จนทำให้นักลงทุนจำนวนมากเข้าใจว่าอาจมีการเจรจาควบรวมเกิดขึ้นจริง


ตรวจสอบข้อเท็จจริง
กระแสข่าวเริ่มได้รับความสนใจหลังมีการเผยแพร่บทวิเคราะห์ที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมระหว่างธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทยธนชาติในปี 2568 โดยระบุว่า หากเกิดขึ้นจริง ธนาคารใหม่จะมีสินทรัพย์รวมราว 5.36 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจแซงหน้าธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ในระบบการเงินไทย
ในเชิงธุรกิจ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าทั้งสองธนาคารมีศักยภาพ ในการส่งเสริมประสิทธิภาพ จากฐานลูกค้า ระบบดิจิทัล และเครือข่ายสาขา ทำให้ข่าวลือดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วในหมู่นักลงทุนและสื่อการเงิน แม้จะยังไม่มีข้อมูลทางการรองรับก็ตาม
หลังข่าวลือแพร่กระจาย ราคาหุ้นของทั้งธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทยธนชาติปรับตัวขึ้นทันทีในช่วงการซื้อขาย โดยนักลงทุนจำนวนหนึ่งคาดหวังว่าหากเกิดการควบรวมจริง อาจส่งผลบวกต่อมูลค่าธุรกิจและขนาดของธนาคารใหม่ (ที่มา)
อย่างไรก็ตาม ธนาคารทหารไทยธนชาติแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ว่า ข่าวการควบรวมกิจการกับธนาคารกรุงไทย “ไม่เป็นความจริง” และธนาคารไม่ได้อยู่ในกระบวนการควบรวมกิจการตามที่ปรากฏในสื่อ พร้อมย้ำว่า “ไม่มีแผนควบรวมกิจการกับธนาคารอื่นอยู่ในแผนงาน 5 ปี” ของธนาคาร (ที่มา)
ด้าน ปิติ ตัณฑเกษม ซีอีโอของธนาคารทหารไทยธนชาติยังส่งข้อความภายในถึงพนักงาน ยืนยันว่าข่าวดังกล่าว “ไม่ได้เป็นความจริง” และคณะกรรมการธนาคารไม่เคยมอบหมายให้ฝ่ายบริหารดำเนินการเรื่องควบรวมกิจการ (ที่มา)
ขณะที่ธนาคารกรุงไทยก็ออกหนังสือชี้แจงต่อ ตลท. เช่นกัน โดยระบุว่า ข่าวดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” และคณะกรรมการธนาคารไม่ได้มีดำริหรือมอบหมายฝ่ายบริหารให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการควบรวมกิจการตามที่มีรายงานในสื่อ (ที่มา)
และในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ข่าวลือในประเด็นกลับมาแพร่กระจายอีกครั้ง ธนาคารทหารไทยธนชาติก็ส่งจดหมายชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในกระบวนและ และไม่มีแผนที่จะควบรวมกิจการกับธนาคารอื่น

(ที่มา)
สรุป
จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานว่าธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทยธนชาติอยู่ระหว่างการควบรวมกิจการ โดยทั้งสองธนาคารได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าวอย่างเป็นทางการผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และยืนยันตรงกันว่าไม่มีแผนควบรวมอยู่ในแผนงาน 5 ปีขององค์กร
แม้ในทางธุรกิจ นักวิเคราะห์บางส่วนจะมองว่าการรวมกันของสองธนาคารมี “ความเป็นไปได้เชิงทฤษฎี” จากขนาดธุรกิจและฐานลูกค้า แต่ ณ เวลานี้ ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการยังชี้ว่า กระแส “KTB ควบรวม TTB” เป็นเพียงข่าวลือและการคาดการณ์ในตลาด มากกว่าจะเป็นแผนธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่จริง

