ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน ยังไม่มีหลักฐานว่ากล้วยหอมสามารถรักษางูสวัดหรือเริมได้

แม้ว่าสมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้านจะมีประโยชน์มากมาย และช่วยรักษาโรคหรืออาการบาดเจ็บต่างๆ ได้ แต่ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการใช้พืชพื้นบ้านรักษาอาการเจ็บป่วยก็ยังไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือรองรับ และอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้อีกด้วย ล่าสุดเราพบข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่าผลกล้วยช่วยรักษาโรคเริมหรืองูสวัดได้ โพสต์โซเชียลมีเดีย มีข้อความส่งต่อกันในไลน์ ระบุว่า: “วิธีแก้พิษงูสวัด(เริม) ช่วยแชร์!! เพื่อเป็นวิทยาทาน ใครแชร์ขอให้ได้บุญ ถูกหวย รางวัลที่ 1 นะคะ!! #ใครเป็นหรือมีญาติเป็นโรคนี้ต้องอ่าน!! สมัยตอนเป็นเด็กวัด ที่วัดท่าเรือแกลง เป็นเริมขึ้นเอว หลวงตาบอกว่า ไอ้หนู มึงไปหาลูกกล้วยอ่อนมาทา หายครับ แล้วก็บอกต่อผู้คนมาตลอด หายทุกราย บางรายรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ในระยองไม่หายก็มาหายกับผมจะใช้ กล้วยน้ำว้าที่อ่อนอ่อนนะครับ หลักการ เคยปรึกษา นพ.ฉลอง ควรหา ว่า ทำไมมันจึงได้ผล ท่านบอกว่า เชื้อไวรัส มันตายเอง ยางกล้วยมัน ไปช่วยยึดไม่ให้เชื้อกระจาย เมื่อมัน กระจายไม่ได้ มันก็ตาย บอกไว้เป็นวิทยาทาน เชื่อไม่เชื่อ ไม่เป็นไร ใครแชร์ต่อไปขอให้ได้บุญนะครับ!! (ปล.ทาวันละครั้ง จนหายนะครับ) Cr : มนตรี สังข์สุวรรณ” Archive […]

Continue Reading

ข้อเท็จจริงของข้อความ “โควิดสายพันธุ์ใหม่ BA 4.5” ที่กำลังระบาดบนโซเชียล

แม้กระแสข่าวเรื่องโควิด-19 จะเริ่มซาลงแล้วในช่วงนี้ แต่หลายฝ่ายก็ยังเตือนว่าอย่าเพิ่งไว้วางใจ เพราะถึงแม้ยอดผู้ติดเชื้อจะลดลง แต่ยอดผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิตยังคงสูงอยู่อย่างต่อเนื่อง (อ่านเพิ่มเติมที่นี่) ข้อมูลวันที่ 11 มิถุนายน จากกรมควบคุมโรค และล่าสุด เราได้รับเบาะแสผ่านทางไลน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรา โดยพบว่ามีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์ใหม่ “BA 4.5” ที่ตรวจไม่พบ และมีความรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลต้าถึง 5 เท่า และเราพบว่าข้อความดังกล่าวมีการแพร่กระจายบนเฟซบุ๊กด้วยเช่นเดียวกัน Source | Archive จากการตรวจสอบ เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวนั้นแปลมาจากข้อความภาษาอังกฤษที่มีการแชร์ตั้งแต่เมื่อปี 2022 Source | Archive อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และอาจสร้างความเข้าใจผิดได้ คล้ายกับข้อความที่มีการแชร์ก่อนหน้านี้ เราพบว่าข้อความข้างต้นมีลักษณะคล้ายกับข้อความที่มีการแชร์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่มีข้อแตกต่างกันที่ชนิดของสายพันธุ์ โดยข้อความที่แพร่กระจายในช่วงต้นปีระบุว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์ Omicron XBB แต่ข้อมูลอื่นๆ เช่น ไม่มีอาการไข้หรืออาการไอ รวมถึงมีข้อกล่าวอ้างที่บอกว่ารุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลต้า 5 เท่าเหมือนกัน โดยคาดว่าแปลมาจากข้อความภาษาอังกฤษข้อความเดียวกัน แต่เปลี่ยนชื่อสายพันธุ์ Source | Archive สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างเดิมได้ที่นี่: อย่าแชร์ต่อ! ข้อความ Omicron XBB รุนแรงกว่าเดลต้า 5 เท่า […]

Continue Reading

เช็กแล้ว: ข้อความ “ยาพาราเซตามอน P/500 มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน” ไม่เป็นความจริง

ไม่นานมานี้ เราพบข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับยาพาราเซตามอล ที่เคยแพร่กระจายเมื่อหลายปีที่แล้วกลับมาระบาดอีกครั้ง โดยกล่าวว่าพาราเซตามอลซึ่งมีชื่อว่า P/500 มีไวรัสปนเปื้อนอยู่ในตัวยา ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์ข้อความว่า “ช่อง 9 เพิ่งออกข่าวภาคค่ำ วันนี้จ๊ะ.ตอนนี้พบ 11จังหวัด รวม กทม ด้วย. คำเตือนด่วน ให้ระวังการใช้ยาพาราเซทตาม่อนซึ่งมีชื่อว่า p/500 เป็นยาที่ออกใหม่ เม็ดยาสีขาวและเคลือบมันจนเป็นประกายมาก หมอยาแนะนำว่า ยานี้มีส่วนผสมของไวรัสชื่อ “แมคชูโป”ซึ่งเป็นไวรัสที่อันตรายร้ายแรงชนิดหนึ่งของโลก โปรดกระจายข่าวสารนี้ให้ประชาชนได้รับทราบรวมทั้งคนในครอบครัวด้วย เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพ” Source | Archive โดยข้อความดังกล่าวมีการแชร์ต่ออย่างแพร่หลายบนเฟซบุ๊ก และเราพบว่าข้อความดังกล่าวมีการแชร์ต่อมาตั้งแต่ปี 2017 ทั้งทางไลน์และเฟซบุ๊ก อย่างไรก็ตาม เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยหลายๆ หน่วยงานก็ได้ออกมาชี้แจงและเตือนว่าไม่ควรแชร์ต่อ อย. ชี้แจง ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียล “ไม่เป็นความจริง” ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงกับศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวที่ระบุว่าให้ระวังไวรัสปนเปื้อนในยาว่า เป็นเรื่องที่ไม่จริง ไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไป ไวรัสจะไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตในสภาวะที่แห้งได้ จึงมีชีวิตอยู่ในยาเม็ดแบบนี้ไม่ได้ ส่วนกระบวนการผลิตยาก็ต้องสะอาดได้มาตรฐาน โดยห้องที่ผลิตยาจะต้องมีเชื้อจุลินทรีย์น้อยที่สุด […]

Continue Reading

น้ำยางกล้วย ช่วยแก้กรดไหลย้อนได้ไหม?

ปัจจุบันนี้ ผู้คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพและการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น และด้วยการแชร์ข้อมูลที่ง่ายดาย ข้อมูลเหล่านี้จึงถูกแชร์ไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ผ่านการตรวจสอบก่อน ดังนั้นจึงมีหลายข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและถูกแชร์ไปด้วยความใจเข้าผิดๆ และล่าสุด เราได้รับเบาะแสผ่านทางไลน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรา เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างในแพลตฟอร์มติ๊กต็อกที่อ้างว่าน้ำยางกล้วยสามารถช่วยลดอาการปวดท้องได้ Source | Archive โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวมีการกดถูกใจกว่าสองแสนครั้ง และแชร์ต่อถึงสี่หมื่นครั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่แนะนำให้รับประมานเพื่อลดอาการปวดท้องเช่นกัน ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ เราได้ทำการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวโดยการค้นหาบทความเชิงวิชาการเกี่ยวกับน้ำยางกล้วย และอาการปวดท้อง และเราได้พบบทสัมภาษณ์ของแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารที่ให้สัมภาษณ์กับศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย กรณีน้ำยางกล้วยช่วยลดอาการปวดท้อง ผศ. นพ. ปิยะพันธ์ พฤกษพานิช อาจารย์แพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายว่า ยังไม่ได้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าน้ำเลี้ยงของต้นกล้วสามารถช่วยเรื่องกรดไหลย้อนได้ และอธิบายลักษณะของอาการกรดไหลย้อนเพิ่มเติมว่า การรักษากรดไหลย้อนคือจัดการที่ลักษณะความเป็นกรด และป้องกันไม่ให้ไหลย้อน ดังนั้นสามารถรักษาได้โดยการให้ยาลดความเป็นกรด ลดการหลั่งกรด หรือยาที่มีฤทธิ์เป็นด่างไปต้านกรดในกระเพาะอาหาร รวมถึงการปรับท่าทาง การที่ไม่เอนนอนหลับมื้ออาหาร การใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดหรือคับเกินไป รวมถึงการไม่กินอาหารใกล้เวลานอน หรือหนุนหัวเตียงสูงขึ้นเพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยในการป้องกันกรดไหลย้อน นายแพทย์ปิยะพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า น้ำเลี้ยงของต้นกล้วยไม่น่าจะมีกลไกใดที่สามารถช่วยลดกรดหรือช่วยเรื่องของการไหลย้อนได้ แต่การกินผลด้วยไปเลยอาจจะช่วยได้ ซึ่งผลกล้วยอาจจะไม่ได้ช่วยในแง่ของการรักษา แต่ก็เป็นหนึ่งในผลไม้ที่คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนสามารถรับประทานได้ กล้วยเป็นผลไม้ที่มีความเป็นกลาง ไม่ได้มีฤทธิ์กัดหลอดอาหาร เนื้อที่มีลักษณะเป็นเมือกก็สามารถช่วยลดอาการกรดไหลย้อนได้ รวมถึงมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง ซึ่งจะไปช่วยในการบีบตัวของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ให้เป็นปกติได้ […]

Continue Reading

อย่าแชร์ต่อ! ข้อความ Omicron XBB รุนแรงกว่าเดลต้า 5 เท่า เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้กลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง โดยทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกมาเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง และเข้ารับวัคซีนประจำปีเพื่อป้องกันโควิดก่อนเข้าสู่ฤดูฝน (อ่านข่าวที่นี่) ท่ามกลางสถานการณ์โควิดที่กำลังกลับมาระบาดอีกครั้ง เราพบว่ามีข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชนแพร่กระจายตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายรายได้แชร์ข้อความเกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์ใหม่ โดยมีเนื้อหาดังนี้: Source | Archive ข้อความดังกล่าวได้มีการแชร์อย่างแพร่หลายบนเฟซบุ๊ก อย่างไรก็ตาม หลังจากทำการตรวจสอบ เราพบว่าบางส่วนในข้อความดังกล่าวนั้นเป็นเท็จ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทีมงาน Fact Crescendo พบว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่มีการแปลมาจาก Forwarding Message ในภาษาอังกฤษที่มีการแพร่กระจายในประเทศต่างๆ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ที่ผ่านมา ข้อความในเวอร์ชันภาษาอังกฤษได้แพร่กระจายทั้งบน Facebook และ Whatsapp เราได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวในเวอร์ชันภาษาอังกฤษตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยสามารถอ่านบทความของเราได้ที่นี่ โดยกระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ได้ออกมาปฏิเสธว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า “ไม่มีหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว” ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญในไทยอย่าง รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง AFP Thailand ว่าข้อมูลในข้อความดังกล่าวที่อ้างว่า “ไม่พบไวรัสสายพันธุ์นี้ในบริเวณโพรงหลังจมูก“ ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกประกาศว่าข้อความดังกล่าวนั้นเป็นเท็จบางส่วน และขอความร่วมมือไม่แชร์ต่อ […]

Continue Reading

ดื่มน้ำเย็นขณะอากาศร้อนจัดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จริงหรือไม่?

ช่วงฤดูร้อนในประเทศไทยถือเป็นอีกช่วงเวลาที่ควรเฝ้าระวังด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพอยู่แล้ว อุณหภูมิที่สูงจัดในช่วงนี้ก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเกี่ยวกับอาการฮีทสโตรก รวมถึงมีผู้หมดสติจากสภาพอากาศร้อนจัดให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง และนอกจากข้อมูลที่เป็นประโยชน์แล้ว เราพบข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิดที่กำลังแพร่กระจายบนบนโซเชียลมีเดียอีกด้วย ผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายได้แชร์ข้อความเตือนเกี่ยวกับการรับมือภัยร้อน โดยระบุว่า: Source | Archive โดยข้อความดังกล่าวได้มีการแชร์ต่ออย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย เราได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม โดยการค้นหาการศึกษาต่างๆ เกี่ยวกับกรณีที่เกี่ยวข้องเพื่อดูว่ามีรายงานเกี่ยวกับอาการป่วยในลักษณะดังกล่าว เช่น อาการฮีทสโตรกที่เกิดจากการดื่มน้ำเย็นในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง หรือไม่ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ Dr. Richard Santos อธิการบดีของ Philippine College of Emergency Medicine กล่าวว่า แม้ว่าโพสต์ข้างต้นจะมีข้อมูลที่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่ก็สร้างความเชื่อมโยงระหว่างโรคหลอดเลือดสมองกับการดื่มน้ำเย็นในสภาพอากาศร้อนที่ไม่ถูกต้องนัก เขาให้สัมภาษณ์กับ AFP ว่าน้ำเย็นทำให้หลอดเลือดตีบลง ซึ่งเป็นการตอบสนองทางสรีรวิทยาของร่างกายเมื่อสัมผัสกับความเย็น แต่เขาย้ำว่าไม่มีหลักฐานว่าการดื่มน้ำเย็นเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมองโดยตรง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากหลอดเลือดอุดตันหรือหลอดเลือดแตกก็ตาม Dr. Santos ได้กล่าวเสริมว่า ในช่วงฤดูร้อน หากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน ก็ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงในการขาดน้ำได้ และยังกล่าวอีกว่าน้ำเย็นอาจเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว แต่เป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก และโอกาสที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการดื่มน้ำเย็นนั้นมีน้อยมาก นอกจากนี้ Dr. Santos ยังแนะนำว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดียไม่ควรทำตามคำแนะนำที่ระบุว่า “ปล่อยให้ร่างกายร้อนไป” โดยอธิบายว่าควรมีการจำกัดเวลาที่อยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง […]

Continue Reading

ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน กินกุ้งพร้อมกับวิตามินซี ไม่เป็นอันตราย

การแชร์ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับสุขภาพมีให้เห็นได้ทั่วไปในโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในวงกว้างได้ ยิ่งในยุคที่การใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นสูง ผู้คนก็สามารถแชร์ความคิดเห็นและความเชื่อของตนได้ง่ายดายยิ่งขึ้น แม้ว่าข้อมูลนั้นจะไม่ถูกต้องก็ตาม และการแชร์ข้อมูลผิดๆ นี้ก็นำไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่ผิดพลาดมากมายซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่เชื่อข้อกล่าวอ้างเหล่านั้น อีกตัวอย่างหนึ่งของข้อมูลผิดๆ ที่เราพบล่าสุดคือ ข้อกล่าวอ้างที่มีการแชร์อย่างเป็นวงกว้างว่ามีคนเสียชีวิตจากการรับประทานกุ้งพร้อมกับวิตามินซี ข้อกล่าวอ้างนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียมานานหลายปี และอาจสร้างเกิดความกลัวโดยไม่จำเป็น ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่โพสต์ข้อความเตือนถึงอันตรายของการรับประทานกุ้งพร้อมวิตามินซี พร้อมขอให้ผู้คนแชร์ข้อความต่อไปเพื่อเตือนบุคคลอื่น โดยข้อความระบุว่า: “เสียเวลาอ่านนิดหนึ่งนะ…อันตรายทีไม่เคยรู้มาก่อน ..ที่ไต้หวัน หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างในกระเพาะ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน “ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า”ศาสตราจารย์ฟันธงผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ”มันฆ่า” แล้วสารหนูมาจากไหน ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ผู้ตาย กินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O […]

Continue Reading

สรุปกรณี “ซีเซียม-137” หายไปจากโรงงานในปราจีนบุรี

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประกาศตามหาวัตถุกัมมันตรังสี “ซีเซียม 137 (Cs-137)” ที่ได้หายไปจากโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งสารดังกล่าวนี้ถือเป็นสารกัมมันตรังสีที่มีความอันตรายสูง โดยเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาโพสต์เตือนถึงวัตถุกัมมันตรังสีที่หายไปดังกล่าว และให้ประชาชนที่พบเห็นและประชาชนที่มีความเสี่ยงเฝ้าระวังอาการ ที่มา: กรมการแพทย์ | Archive ต่อมาคืนวันที่ 19 มีนาคม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี ได้โพสต์แจ้งทางเฟซบุ๊กเพจของหน่วยงานว่าพบวัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ที่สูญหายจากบริษัท NOS 5a แล้ว Source | Archive เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 19 มี.ค.2566 นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยทางโทรศัพท์กับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ได้มีการหลอมถลุงซีเซียม 137 เป็นฝุ่นแดงแล้ว คาดว่าเตรียมส่งโรงงานรีไซเคิลต่อไป (อ่านข่าวเต็มที่นี่) โดยเมื่อข่าวดังกล่าวออกมา ก็สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก จนแฮชแท็ก #ซีเซียม137 กลายเป็นแท็กที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ นอกจากนี้ยังมีคำว่า “Cs-137” อยู่ในลำดับที่ […]

Continue Reading

สวมหน้ากากอนามัย = ตายผ่อนส่ง จริงหรือไม่? อ่านข้อเท็จจริงได้ที่นี่

ประเทศไทยประกาศผ่อนคลายมาตรการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเมื่อปีที่แล้ว แต่สัดส่วนการสวมหน้ากากของคนไทยก็ยังคงไม่บางตาลงเท่าไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ปิด เช่น ในห้าง บนรถไฟฟ้า บนเครื่องบิน และในขนส่งมวลชนต่างๆ นอกเหนือจากเหตุผลด้านการป้องกันการติดเชื้อโควิดแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ยังเลือกสวมหน้ากากอนามัยอยู่ก็คือปัญหามลภาวะ หรือฝุ่น PM 2.5 นั่นเอง ยิ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่ปริมาณฝุ่นในอากาศมากยิ่งขึ้น โดยค่าดัชนีคุณภาพอากาศหรือ AQI (Air Quality Index) ในกรุงเทพฯ และในบางจังหวัดจัดอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัย และเข้าสู่ระดับอันตรายในหลายครั้ง ทำให้ประชาชน โดยเฉพาะชาวกรุงเทพตื่นตัวเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยกันอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ไม่นานมานี้ เราพบว่ามีข้อความที่ต่อต้านการสวมหน้ากากอนามัยแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งบนเฟซบุ๊ก และส่งต่อกันผ่านไลน์ ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้แก่ผู้อ่านได้ ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีข้อความส่งต่อกันบนโซเชียลมีเดีย ที่กล่าวอ้างถึงอันตรายของการสวมหน้ากากอนามัย โดยระบุว่า Source | Archive นอกจากโพสต์ข้างต้นแล้ว เรายังพบข้อความเดียวกันแพร่กระจายบนเฟซบุ๊กและไลน์อีกด้วย โดยมีการแชร์ข้อความดังกล่าวเป็นวงกว้างตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว Source | Archive จากการตรวจสอบข้อความข้างต้น เราพบว่าข้อความดังกล่าวนั้นมีพาดหัวและเนื้อหาบางส่วนที่ชวนให้เข้าใจผิด และงานวิจัยที่แนบมาในข้อความก็ไม่ได้ต่อต้านการสวมหน้ากากแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราได้ทำการตรวจสอบงานวิจัยในข้อความที่กล่าวอ้าง โดยงานวิจัยดังกล่าวได้ศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อสวมหน้ากากอนามัย ทางสถาบัน PN Medical จึงต้องการเผยแพร่วิธีหายใจที่ถูกต้องขณะสวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ […]

Continue Reading

เช็กเทรนด์ติ๊กต็อก: การบริโภครกหลังคลอดมีประโยชน์จริงไหม

คำเตือน: เนื้อหาที่อาจสร้างความไม่สบายใจ โปรดทราบว่าบทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภครก (Placentophagy) ซึ่งรวมถึงภาพและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการบริโภครก หากคุณอ่อนไหวต่อเนื้อหา ภาพ หรือรู้สึกไม่สบายใจกับประเด็นนี้ โปรดระมัดระวังหรือข้ามบทความนี้ ติ๊กต็อกเป็นอีกแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการสร้างและแชร์เทรนด์ต่างๆ ที่กำลังเป็นไวรัล แพลตฟอร์มนี้ได้สร้างเทรนด์มากมาย ตั้งแต่การเต้นไปจนถึงมีมไวรัลต่างๆ และยังทำให้เกิดเทรนด์เมนูอาหารใหม่ๆ ที่เป็นที่นิยม เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่าหนึ่งพันล้านคน ติ๊กต็อกจึงสามารถสร้างเทรนด์ขึ้นมาใหม่ได้ในชั่วพริบตา และการกินรกหลังคลอด หรือ Placentophagy ก็เป็นหนึ่งในเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมบนแพลตฟอร์มในขณะนี้ มีคุณแม่หลายรายที่ออกมาแบ่งปันประสบการณ์การบริโภครกบนติ๊กต็อก กระแสดังกล่าวได้สร้างทั้งความอยากรู้อยากเห็นและประเด็นถกเถียง Fact Crescendo จึงได้ดำเนินการตรวจสอบประเด็นนี้เพิ่มเติม ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ได้แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์ดังกล่าวนี้ โดยระบุในทวีตว่า: “ติ๊กต่อกเปิดโลกอีกแล้ว ความรู้ใหม่ประจำวันนี้คือเพิ่งรู้เลยว่ามีคุณแม่บางคนกินรกด้วย รกที่เป็นรกเด็กอะ กินหลังคลอดลูก (มันกินได้ด้วยเหรอ) อย่างแม่ที่เห็นคือเอามาปั่นรวมผลไม้เป็นสมูทตี้ แล้วลองเข้าแท็กมีคนกินเต็มเลย มันกินได้จริงใช่มั้ย ฮือ” Source | Archive ทวีตดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีการรับชมไปแล้วกว่า 2.6 ล้านครั้ง โดยผู้คนต่างแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย Archive เราได้ทำการตรวจสอบและพบเทรนด์นี้ในหลายๆ วิดีโอบนติ๊กต็อก โดยบางวิดีโอมีการแชร์และรับชมไปแล้วกว่าหลายพันครั้ง และนี่คือหนึ่งในวิดีโอที่อ้างว่าการบริโภครกนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ Source | Archive เห็นได้ว่ากระแสการบริโภครกนั้นกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นบนติ๊กต็อก เราจึงได้ทำการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว […]

Continue Reading