Archives

ข้อความว่า เมาแล้วขับ จำคุกทันที ไม่รอลงอาญา “ชวนให้เข้าใจผิด”

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข้อความแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า กฎหมายเมาแล้วขับล่าสุด มีโทษปรับ 1 หมื่นบาท และจำคุก 1 เดือนทันที โดยไม่รอลงอาญา โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เราได้รับเบาะแสจากช่องทาง LINE ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรา เกี่ยวกับข้อความที่มีการแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม LINE ที่ระบุว่า: “วันนี้เป็นวันแรกของการบังคับใช้กฎหมาย เมาแล้วขับ ปรับ 1 หมื่น คุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ไม่บำเพ็ญประโยชน์ แปลว่า… เป่าเจอ ไปติดคุกเลย” ลิงก์ พบข่าวหรือข้อมูลที่น่าสงสัย? ส่งให้เราตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ที่นี่ โดยเมื่อเราตรวจสอบเพิ่มเติมก็พบว่าข้อความเดียวกันได้แพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม Facebook เมื่อเร็วๆ นี้ด้วยเช่นเดียวกัน ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม เราพบว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราได้ดำเนินการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อความไวรัลดังกล่าว และพบว่าเป็นข้อความที่แพร่กระจายมาตั้งแต่ปี 2558 จึงไม่ใช่กฎหมายที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเร็วๆ […]

Continue Reading

ภาพแปรอักษร ‘BRING THEM HOME NOW’ ไม่ได้มาจากงานโอลิมปิกครั้งล่าสุดที่ปารีส

เมื่อไม่นานมานี้ มีภาพของนักกีฬาว่ายน้ำแปรอักษรในสระว่ายน้ำเป็นข้อความว่า “BRING THEM HOME NOW!” แพร่กระจายเป็นวงกว้างบนโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อความที่ระบุว่าเป็นภาพเหตุการณ์จากงานโอลิมปิกที่กรุงปารีสครั้งล่าสุด พร้อมอ้างว่าเป็นภาพของนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติอิสราเอล โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้โพสต์ภาพนักกีฬาว่ายน้ำแปรอักษรเป็นคำว่า “BRING THEM HOME NOW!” พร้อมข้อความบรรยายภาพว่า “ทีมว่ายน้ำทีมชาติอิสราเอลที่ไปเข้าแข่งโอลิมปิกนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ติดเข็มกลัด Bring Them Home เข้าไปในงานโอลิมปิก ทำให้พวกเขาได้ทำการแปรอักษรในสระว่ายน้ำแทน” ที่มา | ลิงก์ถาวร นอกจากนี้ เรายังพบข้อกล่าวอ้างพร้อมภาพเดียวกันแพร่กระจายในบริบทภาษาอังกฤษด้วยเช่นเดียวกัน ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยการใช้ฟีเจอร์การค้นหารูปภาพแบบย้อนกลับ (Reverse Image Search) และพบรูปภาพดังกล่าวบนเพจ Facebook ของกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ที่โพสต์ไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2023 พร้อมคำบรรยายที่ระบุว่า “ภาพนักกีฬาระบำใต้น้ำทีมชาติของอิสราเอล ได้แปรอักษรอย่างสวยงามเพื่อแสดงความเคารพแก่ตัวประกันทั้ง 240 คนที่ถูกกลุ่มก่อการร้ายฮามาสจับตัวไว้ในฉนวนกาซา” ลิงก์ถาวร โดยในโพสต์ดังกล่าวได้มีการให้เครดิตภาพแก่ Adam Spiegel และ […]

Continue Reading

ถือแบตเตอรี่เข้าลิฟต์ ทำให้แบตเตอรี่ระเบิด จริงหรือไม่?

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแบตเตอรี่ต่างๆ อาจทำให้เกิดความเสียหายและอุบัติเหตุได้ในบางครั้ง จึงควรดูแลรักษาอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม มีโพสต์ที่ชวนให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวบนโซเชียลมีเดียอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกและความกังวลแก่ผู้คนได้ โพสต์บนโซเชียลมีเดีย วิดีโอฟุตเทจของกล้องวงจรปิดในลิฟต์แห่งหนึ่ง โดยแสดงเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งถือแบตเตอรี่เข้าไปในลิฟต์ จากนั้นแบตเตอรี่ก็ลุกไหม้และระเบิดในลิฟต์ แพร่กระจายพร้อมข้อความที่กล่าวอ้างว่า “มีคนนำแบตเตอรี่อีไบค์เข้าไปในลิฟต์ เมื่อลิฟต์ปิด การประจุไฟฟ้าของแบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสนามแม่เหล็ก” Source | Archive โดยวิดีโอพร้อมข้อความดังกล่าวได้แพร่กระจายอย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์ม Facebook ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบ เราพบว่ามีการรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อปี 2021 โดยเราพบรายงานจากแหล่งข่าวหลายแห่งในประเทศจีนในปี 2021 ที่รายงานถึงวิดีโอนี้ สามารถอ่านรายงานดังกล่าวได้ ที่นี่, ที่นี่ และ ที่นี่ อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงสถานที่หรือสาเหตุของการระเบิด และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า รายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับวิดีโอดังกล่าว ได้ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2021 ในเขตไห่จู เมืองกว่างโจว ประเทศจีน สามารถอ่านรายงานดังกล่าวได้ ที่นี่, ที่นี่ และ ที่นี่ อย่างไรก็ตาม รายงานเหล่านี้ไม่ได้กล่าวถึงการระเบิดที่เกิดจากสนามแม่เหล็กของแบตเตอรี่ โดยส่วนใหญ่ได้เน้นย้ำถึงการจัดการและกำจัดแบตเตอรี่ลิเธียมให้ถูกวิธี นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่าวิดีโอดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่อีกครั้งเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดการแบตเตอรี่ หลังจากที่ทางการเซี่ยงไฮ้ได้แก้ไขกฎที่ห้ามนำจักรยานไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่เข้าไปภายในอาคารหรือในลิฟต์ โดยก่อนหน้านี้ ทางการเซี่ยงไฮ้ห้ามนำแบตเตอรี่ของจักรยานไฟฟ้าเข้าไปในอาคาร และห้ามกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบ […]

Continue Reading

ข่าวลือการเสียชีวิตของซิลเวสเตอร์ สตอลโลน“ไม่เป็นความจริง”

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวลือแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียที่ระบุว่าซิลเวสเตอร์ สตอลโลน นักแสดงชื่อดังผู้เป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์ “แรมโบ้” เสียชีวิตแล้ว โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากได้โพสต์ไว้อาลัยให้นักแสดงชื่อดัง โพสต์บนโซเชียลมีเดีย  ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้ใช้ Facebook หลายรายได้โพสต์รูปภาพของซิลเวสเตอร์ สตอลโลนพร้อมข้อความที่ระบุว่าสตอลโลนเสียชีวิตแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ที่มา | ลิงก์ถาวร โดยข้อกล่าวอ้างและรูปภาพนี้ยังแพร่กระจายในภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน Source | Archive ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริง เราพบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ: เราตรวจสอบความถูกต้องโดยค้นหารายงานข่าวที่ยืนยันข้อกล่าวอ้างนี้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือต่างๆ อย่างไรก็ตาม เราไม่พบรายงานการเสียชีวิตของสตอลโลนจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการหรือสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือแต่อย่างใด ยืนยันจากตัวแทนของสตอลโลน: ตัวแทนของซิลเวสเตอร์ สตอลโลนยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่และสบายดี โดยกล่าวว่า “ซิลเวสเตอร์ สตอลโลนเป็นหนึ่งในคนดังจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมประเภทนี้ เขายังมีชีวิตอยู่และสบายดี อย่าเชื่อสิ่งที่คุณได้อ่านบนอินเทอร์เน็ต” (ที่มา: Mediamass) การปรากฏตัวล่าสุดของสตอลโลน: ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา Hollywood Fix ได้แชร์วิดีโอล่าสุดของสตอลโลนขณะออกมาร้านอาหารกับเพื่อนๆ ของเขา วิดีโอดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันว่าว่านักแสดงชื่อดังยังมีชีวิตอยู่ดี https://www.facebook.com/share/r/3E7YEHDBhVWyZfcN ลิงก์ถาวร […]

Continue Reading

ข้อมูลว่า “สี จิ้นผิง” มีอาการหลอดเลือดสมองตีบ เป็นข่าวปลอม

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อความแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวมถึงจากเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ต่างๆ ที่ระบุว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ โดยมีอาการกำเริบระหว่างเข้าประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ผ่านมา โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีเว็บไซต์ข่าวหลายแห่ง รวมถึงผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่งได้โพสต์ข้อความที่ระบุว่า สี จิ้นผิง มีอาการหลอดเลือดในสมองตีบ โดยแม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันใดๆ แต่ข้อความดังกล่าว พร้อมภาพของสี จิ้นผิงที่แสดงสีหน้าขณะจิบชาระหว่างการประชุมก็มีการแชร์อย่างแพร่หลายทั้งบน Facebook และ X ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม เราพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยการใช้ฟีเจอร์การค้นหารูปภาพแบบย้อนกลับ (Reverse Image Search) รวมถึงการค้นหาโดยใช้คำสำคัญที่เกี่ยวข้องต่างๆ และเราพบบทความของ Dailymail ที่พาดหัวว่า “มีอะไรในถ้วยน้ำชา? ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ดูเหมือนจะสะดุ้งขณะจิบชาในระหว่างการประชุมประจำปี” (อ่านบทความ ที่นี่ | ลิงก์ถาวร) ขณะที่ช่างภาพจับภาพขณะที่สี […]

Continue Reading

ภาพและข้อกล่าวอ้างว่าทรัมป์ถูกยิงที่หน้าอก ชวนให้เข้าใจผิด

หลังเหตุการณ์ที่โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีและผู้ลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประจำปีนี้ถูกลอบยิงขณะออกหาเสียงเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีข้อกล่าวอ้างที่ชวนให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียมากมาย และหนึ่งในนั้นคือข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่า นอกจากทรัมป์จะถูกยิงที่บริเวณใบหูแล้ว ทรัมป์ยังถูกยิงบริเวณหน้าอกอีกด้วย ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้ Facebook โพสต์ภาพของโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะเกิดเหตุลอบยิง พร้อมข้อความระบุว่า นอกจากทรัมป์จะถูกยิงที่บริเวณใบหูแล้ว ยังถูกยิงบริเวณหน้าอกด้วย ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร นอกจากนี้ เรายังพบภาพและข้อกล่าวอ้างเดียวกันแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม X อีกด้วยเช่นกัน ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ เราพบว่าภาพและข้อกล่าวอ้างดังกล่าวชวนให้เข้าใจผิด ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยใช้ฟีเจอร์การค้นหารูปภาพแบบย้อนกลับ (Reverse Image Search) เพื่อค้นหาที่มาของรูปภาพดังกล่าว และพบว่าภาพดังกล่าวมาจากรายงานข่าวของสำนักข่าว AP เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม (ดูภาพต้นฉบับได้ที่นี่) โดยเมื่อดูภาพต้นฉบับแบบความละเอียดสูงจะพบว่า รอยที่มีลักษณะเหมือนรูในภาพที่กล่าวอ้าง แท้จริงแล้วเป็นรอยพับจากแขนเสื้อของเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาประชิดตัวเพื่ออารักขาและนำทรัมป์ออกจากที่เกิดเหตุ ไม่ใช่รอยจากเสื้อของทรัมป์ ภาพโดย: […]

Continue Reading

ชายในวิดีโอที่แอบอ้างเป็น “โทมัส ครุกส์” ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุตัวจริง

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ระหว่างการหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ ในเมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย มีเสียงปืนดังขึ้น ส่งผลให้หน่วยสืบราชการลับต้องรีบยึดเวทีไว้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นเหตุกราดยิงหลายนัด และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ถูกพาตัวออกไปด้วยขบวนคาราวานหลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหู หลังจากนั้น FBI ระบุว่ามือปืนคือ โทมัส แมทธิว ครุกส์ วัย 20 ปี โดยใช้ปืนไรเฟิลสไตล์ AR ซึ่งอยู่ห่างจากเวทีประมาณ 400 ฟุต (ที่มา: CBS) และหลังจากเหตุการณ์อันตื่นตระหนกที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้คนทั่วทั้งโลกครั้งนี้ ก็มีวิดีโอหนึ่งแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย โดยบุคคลในวิดีโอได้ระบุว่าเขาคือ “โทมัส แมทธิว ครุกส์” และเจ้าหน้าที่จับคนร้ายผิดตัว โพสต์บนโซเชียลมีเดีย วิดีโอของชายผมบลอนด์ยาว สวมเสื้อสีน้ำเงิน พร้อมกล่าวว่า “ผมชื่อ โทมัส แมทธิว ครุกส์ ผมเกลียดริพับบลิกัน ผมเกลียดทรัมป์ แล้วรู้อะไรไหม พวกเขาจับคนผิด” ได้แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง Facebook, TikTok และ X […]

Continue Reading

ข้อความว่าไทยเป็นมีผู้ป่วยมะเร็งอันดับ 1 ของเอเชียเป็นข้อมูลเท็จ

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีข้อความแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า องค์การอนามัยโลกประกาศว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโรคมะเร็งอันดับ 1 ของเอเชีย โพสต์บนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้ Facebook หลายรายได้แชร์ข้อความว่า “ช็อก!!! ไทยได้เป็นอันดับที่ 1 แล้ว องค์การอนามัยโลกรายงานตอนนี้ไทยเป็นมะเร็งเบอร์ 1 ของเอเชียแล้ว อัตราส่วน1 คนจาก 8 คน สาเหตุเกิดจาก 1. กินเนื้อสัตว์ย่าง 2. กินอาหารกะทิค้างคืน 3. กินกล้วยแขกปาท่องโก๋ขนมครก 4. กินผัดผักค้างคืน 5. ใช้กล่องโฟมใส่อาหาร สัมผัสสารก่อมะเร็งจากกล่องโฟม” ที่มา | ลิงก์ถาวร  ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง อันดับประเทศที่มีผู้ป่วยมะเร็งมากที่สุดในเอเชีย: ข้อมูลจากเว็บไซต์ World Cancer Reserch Fund International ได้ระบุว่า ประเทศที่มีอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งมากที่สุดในเอเชียได้แก่ จีน […]

Continue Reading

โพสต์ระบุว่านายกฯแนะนำให้ชาวบ้านที่ภูเก็ตมีโอ่งเก็บน้ำเพื่อลดน้ำท่วม เป็น ”ข่าวปลอม”

เมื่อไม่นานมานี้ มีข้อความแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่ระบุว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แนะนำให้ชาวบ้านที่ภูเก็ตมีโอ่งเก็บน้ำ เพื่อลดภาระการเก็บกักน้ำของเขื่อน และเป็นการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้ Facebook หลายรายแชร์ภาพนายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความที่ระบุว่า “อัจฉริยะ! นายกเยี่ยมภูเก็ตหลังน้ำท่วม แนะให้ทุกบ้านมีคนละโอ่งไว้เก็บน้ำเพื่อที่ว่าเขื่อนจะได้ไม่เก็บน้ำที่เดียวจนแตกกระจาย และเป็นการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์‎” ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร โดยข้อกล่าวอ้างและภาพชุดเดียวกันมีการแชร์อย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์ม Facebook เราจึงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และพบว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่มีรายงานจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือใดๆ ที่รายงานว่านายกรัฐมนตรีแนะนำให้ชาวบ้านใช้โอ่งเก็บน้ำ และจากการตรวจสอบหาที่มาของรูปภาพที่มาพร้อมข้อกล่าวอ้าง ก็พบว่ารูปภาพมาจากข่าวที่ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยรูปภาพที่ 1, 3 และ 4 มาจากเหตุการณ์ที่นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจดินสไลด์ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ แก้ปัญหาที่จำเป็นและเร่งด่วนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเรื่องของการทำฟลัดเวย์หรือทางระบายน้ำ พร้อมเตรียมหารือกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ […]

Continue Reading

บุคคลที่ก่อเหตุและทำลายสินค้าในห้างไต้หวัน เป็นชาวไทย ไม่ใช่ชาวกัมพูชา

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคลิปวิดีโอไวรัลบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเป็นวิดีโอผู้หญิงคนหนึ่งอาละวาดและทำลายสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าในไต้หวัน โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวกลายเป็นข่าวทั้งในประเทศไต้หวันและประเทศไทย ท่ามกลางข้อสงสัยของผู้ใช้โซเชียลมีเดียว่าบุคคลในภาพเป็นคนไทยจริงหรือไม่ โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน มีผู้ใช้แพลตฟอร์ม X ชาวไต้หวันได้โพสต์คลิปวิดีโอของผู้หญิงคนหนึ่งที่ตะโกนเป็นภาษาไทยและทำลายสินค้าภายในร้าน Charles& Keith ในตึกไทเป 101 โดยล่าสุดคลิปวิดีโอดังกล่าวบนแพลตฟอร์ม X มีผู้รับชมไปแล้วกว่า 18 ล้านครั้ง ลิงก์ถาวร โดยเมื่อคลิปวิดีโอดังกล่าวแพร่กระจายออกไป ก็มีหลายฝ่ายแชร์คลิปพร้อมระบุว่าบุคคลในคลิปดังกล่าวไม่ใช่ชาวไทย แต่เป็นชาวกัมพูชาที่พูดภาษาไทยได้ นอกจากนี้ ยังมีสื่อหลายแห่งรายงานข่าวพร้อมข้อกล่าวอ้างเดียวกันนี้อีกด้วย ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ที่มา | ลิงก์ถาวร ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เราพบรายงานข่าวจากเว็บไซต์ข่าว SETN ของไต้หวันที่รายงานเหตุการณ์ในครั้งนี้ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 โดยรายงานข่าวได้ระบุว่า มีหญิงไทยก่อความวุ่นวายภายในร้าน CHARLES & KEITH ในตึกไทเป 101 โดยได้จงใจปัดสินค้าบนชั้นวางจนตกกระจายและได้รับความเสียหาย และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พาตัวออกไปและนำส่งโรงพยาบาลในลำดับถัดไป (ที่มา) […]

Continue Reading