จุดยืนของพิธาต่อการสนับสนุนกัญชาในอดีต ย้อนแย้งกับวาระใน MOU หรือไม่?

จากที่ 8 พรรคร่วมรัฐบาล ได้มีการแถลงการลงนามใน MOU เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีหนึ่งในวาระร่วมคือ “การนำกัญชากลับเข้าบัญชียาเสพติด” ซึ่งก่อให้เกิดเสียงตอบรับในหลากหลายทิศทาง ซึ่งแม้หลายฝ่ายเห็นควรว่าถูกต้อง แต่ก็มีหลายภาคส่วนที่แสดงความกังวลว่าอาจส่งผลต่อผู้ประกอบการที่ลงทุนในธุรกิจกัญชาไปแล้ว (อ่านข่าวได้ที่นี่) นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถึงกรณีที่พิธาได้เคยไปเดินรณรงค์ปลดแอกกัญชา และการประกาศว่าจะผลักดันกัญชาขณะหาเสียงในฐานะสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เมื่อปี 2562  โดยมีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าพิธาเปลี่ยนจุดยืนหรือไม่ โดยนายเดชา ศิริภัทร ได้ออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของพิธาเคยออกมาเดินรณรงค์ปลดแอกกัญชากับตนเมื่อปี 62 Archive นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้โซเชียลหลายรายที่โพสต์ว่าพิธาเปลี่ยนจุดยืนจากเมื่อปี 2562 ที่เคยสนับสนุนกัญชาเสรี Source | Archive Source | Archive พิธาเคยเดินรณรงค์ปลดแอกกัญชาจริง แต่เป็นการรณรงค์เพื่อ “ใช้ในทางการแพทย์” กิจกรรมรณรงค์ที่กล่าวว่าพิธาเข้าร่วมในข้างต้น เป็นกิจกรรม “ร่วมเดินเพื่อผู้ป่วย Cannabis Walk Thailand” ที่นำโดยนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ว่า การใช้กัญชาเพื่อเยียวยารักษาการป่วยไข้เป็นสิทธิและศีลธรรมขั้นพื้นฐาน และจุดมุ่งหมายหลักมี 3 ข้อ […]

Continue Reading

ศิริกัญญาได้กล่าวประโยค “จงทุบมงกุฎให้แตกสลาย” หรือไม่?

เมื่อไม่นานมานี้ มีข้อความที่อ้างว่ากล่าวโดยศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย จากที่มีภาพของศิริกัญญา ตันสกุล พร้อมข้อความในภาพว่า “”จงทุบมงกุฎให้แตกสลาย แล้วโปรยเศษซากแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ทรงสิทธิ์ที่แท้จริง” หมายถึงการเอาทรัพย์สมบัติของคนรวยที่ขูดรีดกลับมาเป็นของคนจนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นี่คือ รัฐมนตรีคลังที่เราต้องการ “ศิริกัญญา ตันสกุล”” Source | Archive โดยภาพดังกล่าวนั้นชวนให้เข้าใจว่าศิริกัญญา ได้กล่าวประโยคดังกล่าว และภาพพร้อมข้อความนี้ได้ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย โดยทวีตที่กล่าวอ้างดังกล่าวมีการรับชมไปแล้วกว่าสองล้านครั้ง Archive อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลใดๆ ที่แสดงว่าศิริกัญญาได้พูดข้อความดังกล่าว พรรคก้าวไกลชี้แจง: ไม่มีหลักฐาน โดยต่อมา ทางพรรคก้าวไกลได้ออกมาชี้แจงในกรณีดังกล่าวในทวิตเตอร์ของพรรค โดยระบุว่า: “ไม่เคยปรากฏหลักฐานว่าศิริกัญญาเคยพูดหรือเขียนเนื้อหาในภาพ อย่างไรก็ตาม ประโยคดังกล่าวมาจากหนังสือ Common Sense โดย Thomas Paine มีฉบับแปลไทยโดยภัควดี วีระภาสพงษ์” Archive ประโยคจากหนังสือ Common Sense ของ Thomas Paine ประโยคดังกล่าวมาจากหนังสือ Common Sense ซึ่งมีการปรับคำให้กระชับขึ้นโดยผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง โดยประโยคเต็มคือ […]

Continue Reading

เช็กแล้ว: ข้อความ “ยาพาราเซตามอน P/500 มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน” ไม่เป็นความจริง

ไม่นานมานี้ เราพบข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับยาพาราเซตามอล ที่เคยแพร่กระจายเมื่อหลายปีที่แล้วกลับมาระบาดอีกครั้ง โดยกล่าวว่าพาราเซตามอลซึ่งมีชื่อว่า P/500 มีไวรัสปนเปื้อนอยู่ในตัวยา ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย มีผู้ใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์ข้อความว่า “ช่อง 9 เพิ่งออกข่าวภาคค่ำ วันนี้จ๊ะ.ตอนนี้พบ 11จังหวัด รวม กทม ด้วย. คำเตือนด่วน ให้ระวังการใช้ยาพาราเซทตาม่อนซึ่งมีชื่อว่า p/500 เป็นยาที่ออกใหม่ เม็ดยาสีขาวและเคลือบมันจนเป็นประกายมาก หมอยาแนะนำว่า ยานี้มีส่วนผสมของไวรัสชื่อ “แมคชูโป”ซึ่งเป็นไวรัสที่อันตรายร้ายแรงชนิดหนึ่งของโลก โปรดกระจายข่าวสารนี้ให้ประชาชนได้รับทราบรวมทั้งคนในครอบครัวด้วย เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพ” Source | Archive โดยข้อความดังกล่าวมีการแชร์ต่ออย่างแพร่หลายบนเฟซบุ๊ก และเราพบว่าข้อความดังกล่าวมีการแชร์ต่อมาตั้งแต่ปี 2017 ทั้งทางไลน์และเฟซบุ๊ก อย่างไรก็ตาม เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยหลายๆ หน่วยงานก็ได้ออกมาชี้แจงและเตือนว่าไม่ควรแชร์ต่อ อย. ชี้แจง ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียล “ไม่เป็นความจริง” ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงกับศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวที่ระบุว่าให้ระวังไวรัสปนเปื้อนในยาว่า เป็นเรื่องที่ไม่จริง ไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไป ไวรัสจะไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตในสภาวะที่แห้งได้ จึงมีชีวิตอยู่ในยาเม็ดแบบนี้ไม่ได้ ส่วนกระบวนการผลิตยาก็ต้องสะอาดได้มาตรฐาน โดยห้องที่ผลิตยาจะต้องมีเชื้อจุลินทรีย์น้อยที่สุด […]

Continue Reading

น้ำยางกล้วย ช่วยแก้กรดไหลย้อนได้ไหม?

ปัจจุบันนี้ ผู้คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพและการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น และด้วยการแชร์ข้อมูลที่ง่ายดาย ข้อมูลเหล่านี้จึงถูกแชร์ไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ผ่านการตรวจสอบก่อน ดังนั้นจึงมีหลายข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและถูกแชร์ไปด้วยความใจเข้าผิดๆ และล่าสุด เราได้รับเบาะแสผ่านทางไลน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรา เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างในแพลตฟอร์มติ๊กต็อกที่อ้างว่าน้ำยางกล้วยสามารถช่วยลดอาการปวดท้องได้ Source | Archive โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวมีการกดถูกใจกว่าสองแสนครั้ง และแชร์ต่อถึงสี่หมื่นครั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่แนะนำให้รับประมานเพื่อลดอาการปวดท้องเช่นกัน ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ เราได้ทำการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวโดยการค้นหาบทความเชิงวิชาการเกี่ยวกับน้ำยางกล้วย และอาการปวดท้อง และเราได้พบบทสัมภาษณ์ของแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารที่ให้สัมภาษณ์กับศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย กรณีน้ำยางกล้วยช่วยลดอาการปวดท้อง ผศ. นพ. ปิยะพันธ์ พฤกษพานิช อาจารย์แพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายว่า ยังไม่ได้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าน้ำเลี้ยงของต้นกล้วสามารถช่วยเรื่องกรดไหลย้อนได้ และอธิบายลักษณะของอาการกรดไหลย้อนเพิ่มเติมว่า การรักษากรดไหลย้อนคือจัดการที่ลักษณะความเป็นกรด และป้องกันไม่ให้ไหลย้อน ดังนั้นสามารถรักษาได้โดยการให้ยาลดความเป็นกรด ลดการหลั่งกรด หรือยาที่มีฤทธิ์เป็นด่างไปต้านกรดในกระเพาะอาหาร รวมถึงการปรับท่าทาง การที่ไม่เอนนอนหลับมื้ออาหาร การใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดหรือคับเกินไป รวมถึงการไม่กินอาหารใกล้เวลานอน หรือหนุนหัวเตียงสูงขึ้นเพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยในการป้องกันกรดไหลย้อน นายแพทย์ปิยะพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า น้ำเลี้ยงของต้นกล้วยไม่น่าจะมีกลไกใดที่สามารถช่วยลดกรดหรือช่วยเรื่องของการไหลย้อนได้ แต่การกินผลด้วยไปเลยอาจจะช่วยได้ ซึ่งผลกล้วยอาจจะไม่ได้ช่วยในแง่ของการรักษา แต่ก็เป็นหนึ่งในผลไม้ที่คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนสามารถรับประทานได้ กล้วยเป็นผลไม้ที่มีความเป็นกลาง ไม่ได้มีฤทธิ์กัดหลอดอาหาร เนื้อที่มีลักษณะเป็นเมือกก็สามารถช่วยลดอาการกรดไหลย้อนได้ รวมถึงมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง ซึ่งจะไปช่วยในการบีบตัวของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ให้เป็นปกติได้ […]

Continue Reading

สี จิ้นผิง สั่งให้นำคำสอนในหลวง ร.9 บรรจุลงหลักสูตรที่จีน จริงหรือไม่?

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เราพบว่ามีการนำภาพคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมคำสอนในภาษาไทย และเวอร์ชันแปลเป็นภาษาจีน เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อกล่าวอ้างว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของประเทศจีน ได้สั่งให้นำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ลงในหนังสือเรียนสำหรับนักเรียนจีน ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย จากที่เราได้รับเบาะแสผ่านทางไลน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรา ระบุว่า “สี จิ้น ผิง กำหนดให้ ” คำสอนของพ่อ ” บรรจุในหนังสือเรียน สำหรับสอน เด็กนักเรียนจีน ทั้งประเทศ“ Archive และเมื่อดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้แพร่กระจายบนเฟซบุ๊กเช่นเดียวกัน Source | Archive โดยโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ต่อกว่าหกพันครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังจากดำเนินการตรวจสอบ เราพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลที่ชวนให้เข้าใจผิด ตรวจสอบข้อเท็จจริง เราได้ทำการตรวจสอบใช้ฟีเจอร์ Reverse Image Search เพื่อหาที่มาของรูปภาพดังกล่าว และพบว่าเริ่มมีการแชร์รูปภาพดังกล่าวบนโซเชียลตั้งแต่ปี 2017 ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงครบรอบหนึ่งปีการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดย Fact Crescendo ได้ติดต่อไปยังศูนย์การศึกษานักศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เพื่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของภาพ […]

Continue Reading

จาก #สวมีไว้ทำไม สู่ #สวต้องฟังเสียงประชาชน : สำรวจรายชื่อ ส.ว. ที่พร้อมโหวตตามเสียงข้างมาก

แม้ผลเลือกตั้งจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนกว่า 14 ล้านเสียง คิดเป็น 36.2% ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด และจะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก โดยล่าสุดมีการหารือระหว่าง 8 พรรค เพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ได้แก่ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคเพื่อไทรวมพลัง โดยมีจำนวนที่นั่งในสภารวมกันแล้ว 313 ที่นั่ง แต่ประชาชนบางส่วนก็ยังไม่ไว้วางใจ เนื่องจากกังวลว่า ส.ว. ที่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี อาจโหวตค้านเสียงข้างมากของประชาชนได้ (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ ส.ว. ที่นี่) เหล่าโซเชียลต่างตั้งคำถามต่อระบบ ส.ว. จนเกิดแฮชแท็ก #สวมีไว้ทำไม และขึ้นอันดับหนึ่งบนทวิตเตอร์ประเทศไทยในวันที่ 17 พฤษภาคม โดยมีการติดแฮชแท็กไปแล้วกว่า 1 ล้านทวีต มีหลายๆ ภาคส่วนออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ ส.ว. เคารพเสียงประชาชน อาทิเช่น สภาผู้แทนนิสิตฯ 29 สถาบัน แถลงเรียกร้อง ส.ว.-ส.ส. เคารพเจตนารมณ์ประชาชน โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก […]

Continue Reading

กกต. ชี้แจง กรณีปากกาหมึกจาง “เป็นความเท็จทั้งสิ้น”

สุดสัปดาห์นี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ประชาชนต่างจับตาและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของการเลือกตั้งครั้งนี้ และจากกระแสความไม่ไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อ กกต. จึงมีการเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำมาปากกามาเลือกตั้งเอง พร้อมข้อกล่าวอ้างว่า กกต. จะเตรียมปากกาแบบหมึกจางได้ไว้ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งใช้ในคูหา Archive นอกจากนี้ยังมีผู้โพสต์คลิปปากกาหมึกล่องหน ที่หมึกจะหายไปเองเมื่อใช้ความร้อน ทำให้ผู้ใช้โซเชียลหลายรายเกิดความคลางแคลงใจ และกล่าวว่าจะนำปากกาไปใช้เลือกตั้งเอง Archive Archive อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ไม่มีการใช้ปากกาลักษณะดังกล่าวในการเลือกตั้งแต่อย่างใด กกต. ยืนยัน ปากกาที่ใช้ในคูหาเลือกตั้งเป็นปากกาธรรมดา เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ชี้แจงบนเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของหน่วยงาน ถึงกรณีดังกล่าวว่า ปากกาที่ใช้ในคูหาเลือกตั้งทุกหน่วยเลือกตั้ง เป็นปากกาลูกลื่นทั้งหมด โดยปากกาดังกล่าวไม่สามารถลบเลือนหรือจางหายไปได้เอง ดังนั้นปากกาที่ปรากฎเป็นข่าวจึงเป็นความเท็จทั้งสิ้น และยังเตือนว่าไม่ควรแชร์ต่อ เนื่องจากมีผู้แชร์หรือกดถูกใจข้อกล่าวอ้างดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการใช้ปากกาที่นำมาเอง ก็สามารถทำได้ อ่านข้อควรรู้และข้อห้ามก่อนและในวันเลือกตั้งที่นี่: #เลือกตั้ง66: รวมข้อควรรู้และข้อห้ามก่อนวันเลือกตั้ง  สรุป จากที่มีผู้ใช้โซเชียลเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนำปากกามาเลือกตั้งเอง พร้อมข้อกล่าวอ้างว่า กกต. จะเตรียมปากกาแบบหมึกจางได้เองไว้ให้ใช้ในคูหา ทาง กกต. ได้ออกมาแถลงยืนยันแล้วเป็นความเท็จทั้งสิ้น Title:กกต. ชี้แจง กรณีปากกาหมึกจาง […]

Continue Reading

#ม็อบ10พฤษภา66: ศูนย์ทนายความฯ ชี้แจง แบมถอดเสื้อผ้าเพื่อเป็น “อารยะขัดขืน” ต่อการจับกุม

คำเตือน: มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง, การเปิดเผยทางด้านเพศ (Sexual Explicit) วันที่ 10 พ.ค.2566 เวลาประมาณ 19.00 น. กลุ่มมวลชนนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกว่า 20 คน พยายามจะเข้าไปใน สน.สำราญราษฎร์ เพื่อทวงถามและร้องขอความเป็นธรรมให้กับเยาวชนอายุ 15 ปี ที่ถูกคุมขังในสถานพินิจบ้านปรานี จ.นครปฐม ในคดีมาตรา 112 หลังทราบว่าตำรวจสั่งแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับเยาวชน ในข้อหาความผิด ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โดยกลุ่มมวลชนเกิดความไม่พอใจ จึงบุกเข้าไปด้านใน พร้อมกับทุบกระจกประตูทางเข้าสถานีตำรวจแตกเสียหาย และนำสีน้ำมันสาดใส่ตามบันไดทางเดินและกำแพงของโรงพัก พร้อมกับสีสเปรย์พ่นตามกำแพง พื้นและรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนได้รับความเสียหาย ต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัว แกนนำทั้ง 9 คน อาทิ น.ส.ทานตะวัน หรือ ตะวัน และ น.ส.อรวรรณ หรือ แบม ก่อนตำรวจจะนำตัว แยกไปคุมขังที่ สน.ลาดกระบัง สน.ฉลองกรุง และ สน.ทุ่งสองห้อง โดยแต่ละที่มีตำรวจคุมกันอย่างแน่นหนา (อ่านข่าวที่นี่) เหตุการณ์ดังกล่าวถูกแชร์อย่างแพร่หลายในแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆ […]

Continue Reading

#เลือกตั้ง66: รวมข้อควรรู้และข้อห้ามก่อนวันเลือกตั้ง

การเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ถือเป็นวาระสำคัญสำหรับคนไทยทุกคน และสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง วันเลือกตั้งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะได้ใช้สิทธิในการเลือกผู้สมัครและพรรคที่ต้องการเป็นผู้นำประเทศและเลือกตัวแทนจากพื้นที่ของตนเข้าไปเป็นสมาชิกสภา ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจึงไม่ควรละเลยสิทธิในการลงคะแนนเสียงของตน Fact Crescendo จึงได้รวบรวมสิ่งที่ควรทำและข้อห้ามที่ต้องปฏิบัติตามในช่วงเลือกตั้ง เตรียมความพร้อมก่อนเข้าคูหา เช็กคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๐ ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง ๐ ต้องมีสัญชาติไทยผู้ที่โอนสัญชาติมาเป็นคนไทย ต้องได้รับสัญชาติมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี ๐ ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน ไปใช้สิทธิตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ผู้จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องไปใช้สิทธิตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เว้นแต่ คนที่เพิ่งย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึง 90 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง ต้องไปใช้สิทธิในหน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านเดิมที่อยู่มานานกว่า 90 วัน หากเพิ่งย้ายทะเบียนบ้าน และต้องการใช้สิทธิในหน่วยออกเสียงตามที่อยู่ใหม่ ต้องไปลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตโดยต้องเลือกผู้สมัครของเขตเลือกตั้งตามที่อยู่เดิม ตรวจสอบรายชื่อตัวเองและหน่วยเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบชื่อ และหน่วยออกเสียงที่ตัวเองต้องไปลงคะแนนได้จากหนังสือที่ส่งไปยังเจ้าบ้าน ซึ่งจะส่งไปถึงไม่เกิน 20 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง หรือสามารถตรวจสอบรายละเอียดเขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง และสถานที่เลือกตั้งได้ที่นี่: ตรวจสอบรายละเอียดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือที่แอปพลิเคชัน Smart Vote (Android | iOS) หลักฐานแสดงตน ใช้เอกสารอะไรได้บ้าง? […]

Continue Reading

บุคคลลึกลับในพิธีราชาภิเษก “พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3” คือใครกันแน่?

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์อังกฤษ เป็นหมุดหมายที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านบัลลังก์สู่กษัตริย์องค์ใหม่ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นอีกหนึ่งพิธีอันเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษที่ประกอบไปด้วยประเพณีและขบวนต่างๆ ที่เหล่าคนรักราชวงศ์รวมถึงประชาชนทั่วไปต่างเฝ้ารอชม เพราะถือเป็นสัญญาณถึงการเริ่มต้นยุคใหม่ของประวัติศาสตร์อังกฤษ นอกจากนี้ พิธีนี้ยังมีความสำคัญเนื่องจากถือเป็นจุดสิ้นสุดการเตรียมตัวและการฝึกฝนเป็นกษัตริย์อันยาวนานของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ครองตำแหน่งรัชทายาทอันดับหนึ่งมาเป็นเวลาหลายสิบปี ท่ามกลางข่าวพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ภาพแขกเหรื่ออันมีชื่อเสียง เราพบว่ามีอีกเหตุการณ์จากพระราชพิธีที่ประชาชนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นั้นคือบุคคลลึกลับที่ปรากฏในวิดีโอพระราชพิธีที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างกล่าวว่าเงาบุคคลลึกลับในเสื้อคลุมสีดำดังกล่าวนั้นดูเหมือนกับ “ยมทูต (Grim Reaper)” ข้อกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย จากเบาะแสที่เราได้รับผ่านช่องทางไลน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเราเกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างข้างต้น และพบข้อกล่าวอ้างดังกล่าวแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอส่วนหนึ่งจากการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขณะที่มีบุคคลลึกลับเดินผ่านโถงวิหาร พร้อมคำบรรยายทวีตว่า “ทุกคน ฮือฮาหนักมากเป็นไวรัล หลังมีคนเห็นร่างลึกลับในชุดดำ ใน #พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่ไม่ควรมีอะไรผิดคิว! จู่ๆ ทุกสื่อที่ถ่ายทอดสดเผยให้เห็นจังหวะร่างในชุดคลุมดำตัดผ่านท้ายขบวนทหารรักษาพระองค์จะจะ กลางวันแสกๆ ในเวสต์มินสเตอร์ กระแสลือว่าเป็น grim reaper (มัจจุราช) บางกระแสลือว่าเป็นวิญญาณไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ มาปรากฏให้เห็น ใดใดคือไวรัลไปแล้ว #Coronation” Archive นอกจากนี้สื่อต่างประเทศหลายๆ แห่ง เช่น Daily Mail, New York Post […]

Continue Reading