Archives

[อัปเดต] มิจฉาชีพรูปแบบใหม่ แฮ็กข้อมูลผ่านสายชาร์จได้จริงหรือไม่?

อัปเดตล่าสุดวันที่ 19 ม.ค. 2566 เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2566 มีผู้ใช้โซเชียลหลายรายได้โพสต์เตือนภัยและแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้สายชาร์จ เนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายที่ได้เข้าแจ้งความเนื่องจากโดยแฮ็กข้อมูลและโอนเงินออกจากบัญชีธนาคาร โดยมีรายงานว่าขณะนี้มีผู้เสียหายแล้วมากกว่า 10 ราย Source Post | Archive โดยเพจ “ประชาสัมพันธ์ audio” มีการแชร์เรื่องราวดังกล่าว โดยมีเนื้อความในโพสต์ว่า “#เตือนภัยด่วน ผู้ใช้มือถือระบบ “แอนดรอยด์” จำนวนมาก #ถูกดูดข้อมูลและสั่งโอนเงินออกจากบัญชีอัตโนมัติ เบื้องต้นคาดต้นเหตุมาจากสายชาร์จ” โดยในส่วนความคิดเห็นก็มีผู้ใช้มาโพสต์ข้อมูลยืนยันและแสดงความกังวลใจเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ทางตำรวจสอบสวนกลาง ก็ได้ออกมาแชร์เรื่องราวดังกล่าวและเตือนภัยให้ผู้ใช้ระวังภัยจากมิจฉาชีพรูปแบบใหม่นี้ Archive ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม ธนาคารแห่งชาติได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวพบผู้เสียหายจากการใช้งานสายชาร์จปลอม แล้วถูกดูดข้อมูล และโอนเงินออกจากบัญชีนั้น ธปท.หารือสมาคมธนาคารไทยเพื่อตรวจสอบกรณี ดังกล่าวแล้ว พบว่าไม่ได้เกิดจากการใช้งานสายชาร์จปลอม แต่เกิดจากผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมที่แฝงมัลแวร์ ทำให้มิจฉาชีพล่วงรู้ข้อมูลการทำธุรกรรมของลูกค้า และควบคุมเครื่องโทรศัพท์เพื่อสวมรอยทำธุรกรรมแทนจากระยะไกล เพื่อโอนเงินออกจากบัญชี นอกจากนี้ ทางตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบุว่าจากการตรวจสอบเครื่องโทรศัพท์ของผู้เสียหายพบว่ามีการติดตั้งแอปหาคู่เถื่อน ชื่อว่า “Sweet meet” ลงในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสอดคล้องกับประวัติในการเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อติดตั้งแอปดังกล่าว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ถูกดูดเงินออกจากแอปธนาคาร ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับสายชาร์จดูดข้อมูลตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด ล่าสุดได้สั่งการให้ตำรวจเข้าดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยทางธนาคารแห่งชาติได้ยืนยันว่าสายชาร์จดูดข้อมูลนั้นมีจริง แต่ไม่สามารถดูดเงินออกจากแอปธนาคารได้ตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง […]

Continue Reading

โฆษกยูเครนชี้แจง “รายงานว่ารัสเซียสังหารทหารกว่า 600 นาย เป็นโฆษณาชวนเชื่อ”

สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง โดยนอกจากการโจมตีโดยใช้กองกำลังทางด้านทหารแล้ว การใช้ข่าวสารและข้อมูลก็เป็นกลยุทธ์การโจมตีอีกอย่างหนึ่งพบเห็นได้บ่อยในช่วงนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ทางกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้อ้างว่ารัสเซียได้สังหารทหารยูเครนไปมากกว่า 600 นาย จากการโจมตีด้วยจรวดขนาดใหญ่ ถล่มอาคารในเมืองครามาทอร์สก์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นที่ตั้งชั่วคราวของกองกำลังยูเครน และยังกล่าวว่า การโจมตีในครั้งนี้ เป็นการแก้แค้นยูเครนที่โจมตีค่ายทหารรัสเซีย ในเมืองมาคิยิฟคา ในภูมิภาคโดเนตสค์ เมื่อต้นปีแล้ว ทำให้ทหารรัสเซียเสียชีวิตไป 89 คน Source Post | Archive โดยทางเพจเฟซบุ๊ก Ch7HD News ได้รายงานข่าวดังกล่าวพร้อมรายละเอียดในโพสต์ว่า “รัสเซีย #ยิงจรวด โจมตีทหารยูเครนเสียชีวิตกว่า 600 นาย เพื่อแก้แค้นยูเครนที่สังหารทหารรัสเซีย 89 นาย นอกจากนี้เบลารุสและรัสเซียเตรียมร่วม #ซ้อมรบ ทางอากาศด้วยกัน ในช่วงสุดสัปดาห์หน้า” ต่อมา ทาง BBC ได้รายงานว่า ข้อกล่าวอ้างของรัสเซียที่บอกว่า ได้สังหารทหารยูเครนเสียชีวิตหลายร้อยนายในการโจมตีถล่มครั้งเดียวเป็น “โฆษณาชวนเชื่อ” และรัฐบาลรัสเซียยังไม่ได้แสดงหลักฐานใด ๆ ต่อข้ออ้างเกี่ยวกับการเสียชีวิตของทหารยูเครนในเมืองครามาทอร์สก์ จากที่กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า ได้สังหารทหารยูเครนไปมากกว่า 600 […]

Continue Reading

ธนาคารแห่งชาติอาร์เจนตินาแจงกรณี “ธนบัตรเมสซี่” เกิดขึ้นจริงหรือไม่

เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเป็นอีกเดือนที่เราได้ยินชื่อของนักฟุตบอลอันดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ อยู่บ่อยครั้ง หลังจากที่กองหน้าชื่อดังนำทีมอาร์เจนตินาชนะศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ผ่านมา พูดได้ว่าขณะนี้ชื่อของเมสซี่สามารถดึงดูดความสนใจชาวโลกได้เป็นอย่างมาก ทำให้มีข่าวลือต่างๆ ที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับเมสซี่ให้เห็นอยู่เป็นระยะ (ดูข่าวเกี่ยวกับเมสซี่ที่เราตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วได้ที่นี่) เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีอีกหนึ่งข่าวเกี่ยวกับเมสซี่ที่กำลังเป็นไวรัลและได้รับการแชร์อย่างแพร่หลาย โดยมีเพจเฟซบุ๊กหลายแห่งได้รายงานว่าธนาคารแห่งชาติของอาร์เจนตินากำลังพิจารณาพิมพ์ธนบัตรที่มีใบหน้าของเมสซี่ Fact Crescendo ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว และพบว่าเรื่องดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง ข้อกล่าวอ้าง เพจเฟซบุ๊ก “วาทะ ลูกหนัง -Footbal Quotes-” ได้แชร์โพสต์พร้อมข้อความว่า “อาร์เจนตินาวางแผนผลิตธนบัตรใบละ 1,000 เป็นหน้าเมสซี่พร้อมลายเซ็นและเหล่าทีมชาติ ยิ่งใหญ่ระดับเหนือตำนานจริงๆ” และโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ไปกว่าหกพันครั้ง รวมถึงมีการกดถูกใจกว่าหนึ่งแสนครั้ง Source Post | Archive นอกจากเพจเฟซบุ๊กข้างต้นแล้ว ยังมีเพจและเว็บไซต์ข่าวต่างๆ แชร์เรื่องราวดังกล่าวจนเป็นไวรัลทั้งในไทยและทั่วโลก ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทีมงานได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยการคีย์เวิร์ดในการค้นหาข่าวในประเด็นดังกล่าว และพบว่า El Financiero สำนักข่าวด้านการเงินของอาร์เจนตินาได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า “เป็นเพียงเรื่องล้อเล่น” (ที่มา: Sports Star) โดยแหล่งข่าวของ El Financiero ระบุว่า ทางธนาคารเพียงแค่เสนอแนวคิดนี้ขึ้นมาเล่นๆ ในที่ประชุม และการประชุมดังกล่าวก็มีขึ้นก่อนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศของอาร์เจนตินาและฝรั่งเศสด้วยซ้ำ […]

Continue Reading

ธนาคารอิสลามยืนยัน ไม่มีการใช้มัสยิด 1,000 แห่งในไทยเป็นสาขาของธนาคาร

ในปัจจุบันยังคงมีการโจมตีศาสนาอิสลามจากกลุ่มผู้ต่อต้านบนโซเชียล โดยมีการสร้างข่าวปลอมและบิดเบือนข่าวต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจผิดอยู่เป็นระยะ จากที่มีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับธนาคารอิสลามบนเฟซบุ๊ก โดยโพสต์ดังกล่าวได้อ้างว่ามัสยิดไทยกว่า 1,000 แห่งจะกลายเป็นธนาคารอิสลาม Source Post | Archive โดยโพสต์ดังกล่าวได้ระบุว่า “ช็อกกันทั้งโลก มัสยิดไทยกลายเป็นธนาคาร เป็นสาขาของธนาคาร1,000แห่ง ทำธุระกรรมทางด้านการเงินกู้ยืมอนุมัติโดยโต๊ะอิหม่ามและจนท.ในมัสยิด เงินชาวพุทธสยามล้วน เงินกาเฟร์ทั้งนั้น” โดยโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ไปกว่า 600 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีโพสต์ลักษณะคล้ายคลึงกันที่อ้างว่ามัสยิดจะกลายเป็นธนาคารของอิสลามเผยแพร่บนเฟซบุ๊กด้วยเช่นกัน Source Post | Archive และล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โพสต์ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง Source Post | Archive ซึ่งทางทีมงานได้ทำการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว และพบว่าข้อกล่าวอ้างนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง Fact Crescendo ได้ติดต่อไปยังธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว โดยทางธนาคารอิสลามได้ยืนยันกับทีมงานว่า “กรณีที่มีการโพสต์ภาพและให้ข้อมูลว่ามัสยิดกลายเป็นสาขาของธนาคารอิสลาม 1,000 แห่งทั่วประเทศ ทางธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวและชี้แจงข้อมูลว่าปัจจุบันธนาคารอิสลามให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่าน 97 สาขาทั่วประเทศเท่านั้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สามารถติดตามได้ที่ www.ibank.co.th/th หรือสอบถามเพิ่มเติมติดต่อที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1302 […]

Continue Reading

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรูปภาพน้ำตกไนแองการาเป็นน้ำแข็ง

สภาวะอากาศหนาวจัดในช่วงเดือนธันวาคม 2022 จนมาถึงต้นปี 2023 ในแถบสหรัฐฯ – แคนาดา ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ มีเพจเฟซบุ๊กที่แชร์รูปภาพของน้ำตกไนแองการาในช่วงฤดูหนาว ซึ่งกล่าวว่าน้ำตกไนแองการากลายเป็นน้ำแข็งเนื่องอุณหภูมิที่เย็นจัดอันมาจากปรากฏการณ์ครั้งนี้ Source Post | Archive ทางทีมงานได้ทำการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ และพบว่าจริงๆ แล้วน้ำตกไนแองการากลายเป็นน้ำแข็งแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น และน้ำตกขนาดยักษ์นี้ไม่สามารถกลายเป็นน้ำแข็งได้ทั้งหมด insauga ได้อธิบายถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่น้ำตกไนแองการาจะกลายเป็นน้ำแข็งได้ทั้งหมด เนื่องจากตามหลักฟิสิกส์แล้ว มีน้ำปริมาณกว่า 22.5 ล้านแกลลอนหรือกว่า 85 ล้านลิตรไหลอยู่ในน้ำตกตลอดเวลา น้ำปริมาณมหาศาลไหลมาจากทะเลสาบอิรี (Lake Erie) ไปสู่แม่น้ำไนแองการาและตกลงมาที่น้ำตกอย่างรวดเร็วและเชี่ยวกรากเกินกว่าจะสามารถแข็งตัวได้ กระแสน้ำจะต้องไหลช้าลงและปริมาณน้อยลงอย่างมาก น้ำในน้ำตกทั้งหมดจึงจะกลายเป็นน้ำแข็งได้ แต่หากมองด้วยตาเปล่าอาจเห็นได้ว่าน้ำตกไนแองการากลายเป็นน้ำแข็งในบางครั้ง ตัวแทนของ Niagara Parks อธิบายว่า “ในช่วงที่มีอุณหภูมิเย็นจัด หมอกและละอองน้ำจะเริ่มก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเหนือกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ทำให้ดูเหมือนว่าน้ำตกได้หยุดไหลและกลายเป็นน้ำแข็งแล้ว” สรุป จากภาพที่แชร์กันในโซเชียลว่าน้ำตกไนแองการากลายเป็นน้ำแข็งเนื่องจากอุณหภูมิที่หนาวจัด แท้จริงแล้วมีแค่บางส่วนของน้ำตกและบริเวณภายนอกเท่านั้นที่กลายเป็นน้ำแข็ง แต่น้ำตกขนาดมหึมานี้ไม่สามารถกลายเป็นน้ำแข็งได้ทั้งหมดเมื่ออ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากมีปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลและกระแสน้ำที่ไหลอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่น้ำทั้งหมดจะกลายเป็นน้ำแข็งได้ Title:ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรูปภาพน้ำตกไนแองการาเป็นน้ำแข็ง By: Cielito Wang  Result: Explainer

Continue Reading

Scam Alert! ระวังมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ ส่ง SMS อ้างว่าแจกตั๋วเครื่องบินฟรี

เนื่องจากมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ออกมาทวีตถึงมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของสายการบิน โดยส่ง SMS มาแจ้งผู้ใช้ว่าได้รับคูปองเที่ยวบินฟรี Source Post | Archive เมื่อทางทีมงานตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว ก็พบว่ามีผู้ใช้บนโซเชียลหลายรายได้รับข้อความแบบเดียวกันนี้ Source Post | Archive รูปแบบการหลอกลวงคือให้ผู้ใช้คลิกลิงก์ที่ SMS เพื่อเพิ่มบัญชีไลน์ที่แอบอ้างว่าเป็นบัญชีทางการของสายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ ซึ่งมีผู้เสียหายที่ถูกดูดข้อมูลและถอนเงินจากบัญชีธนาคารจากมิจฉาชีพรูปแบบดังกล่าวแล้ว โดยเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 66 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณี มีผู้เสียหาย ถูกคนร้ายส่งข้อความ “ขอขอบคุณที่ใช้บริการ จะมอบคูปองฟรีให้ 1 ใบ” ตามลิงก์ที่คนร้ายส่งให้ ผู้เสียหายกดลิงก์แอดไลน์ คนร้ายขอให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน ไลอ้อนแอร์ แล้วพิมพ์ชื่อ นามสกุล ภาษาอังกฤษ และเบอร์โทรศัพท์ จากนั้น คนร้ายบอกว่าให้รอห้ามวางสาย ต่อมาปรากฏว่ามีเงินหายไปหมดบัญชี คนร้ายยังกดเงินจากบัตรเครดิตซึ่งผูกกับ แอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์ สูญเงินทั้งสิ้นกว่า 2 แสนบาท ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ออกมาเตือนภัยให้ระวังมิจฉาชีพในรูปแบบดังกล่าว […]

Continue Reading

กระทรวงสาธารณสุขชี้แจง งานวิจัยว่าเข็มกระตุ้นเพิ่มความเสี่ยงติดโควิด ยังขาดความน่าเชื่อถือและใช้ในไทยไม่ได้

จากที่เพจ Center for Medical Genomics ได้แชร์งานวิจัยของ Dr. Nabin K Shrestha และทีมวิจัยแผนกโรคติดเชื้อจากคลีฟแลนด์คลินิก ที่แสดงผลวิจัยว่า ความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 กลับมีการแปรผันตรงตามจำนวนครั้งหรือโดสของการฉีดวัคซีน (mRNA) กล่าวคือ หากได้รับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอจำนวนมากก่อนหน้านี้ ความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ก็จะยิ่งสูงขึ้น ผู้ที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 3 โดสขึ้นไปจะมี “ความเสี่ยง” ในการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 6 เท่าเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน โดยโพสต์ดังกล่าวก็ได้รับการแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง รวมถึงมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ต่างๆ อีกด้วย Source | Archive Fact Crescendo ได้ตรวจสอบบทความดังกล่าวและพบว่างานวิจัยที่มีการอ้างอิงในบทความนั้นเป็นงานวิจัยที่ยังไม่ได้รับตีพิมพ์และยังไม่ผ่านการตรวจสอบ และในงานวิจัยดังกล่าวยังระบุไว้ว่างานวิจัยชิ้นดังกล่าวเป็นผลการวิจัยที่ทำขึ้นใหม่ และยังไม่ได้มีการประเมินอย่างเป็นทางการ จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นแนวทางในการรักษา แถลงการณ์จากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับบทความข้างต้นว่า ข้อมูลวิจัยจากสหรัฐฯ เรื่องรับวัคซีน mRNA หลายครั้ง เพิ่มความเสี่ยงติดโควิด-19 ยังขาดความน่าเชื่อถือ ยังไม่ถูกยอมรับให้เผยแพร่ ขาดการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านระบาดวิทยา พฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกันโรคที่มีผลต่อการติดเชื้อ ที่สำคัญไม่สามารถนำมาใช้กับประเทศไทยได้ เนื่องจากสถานการณ์และมาตรการต่างกัน ย้ำฉีดวัคซีนอย่างน้อย 4 […]

Continue Reading

ยังไม่กลับดาว! Kabosu น้องหมาชิบะเจ้าของมีม Doge อาการดีขึ้นแล้ว

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โซเชียลได้แชร์เรื่องราวของเจ้า Kabosu น้องหมาพันธุ์ชิบะอินุที่เป็นต้นกำเนิดภาพมีมหมาชิบะอันโด่งดัง และกลายเป็นสัญลักษณ์ของเหรียญ Dogecoin เมื่อเจ้าของน้อง Kabosu ได้ออกมาเปิดเผยผ่านอินสตาแกรมว่า “Kabosu เป็นโรคภาวะท่อน้ำดีอักเสบ (Cholangiohepatitis) เฉียบพลันและมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) เรื้อรัง ตอนนี้ค่าตับอยู่ในระดับแย่มากและมีอาการตัวเหลือง แต่ยาแก้อักเสบจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ และ Kabosu ยังมีความอยากอาหารและดื่มน้ำได้” โดยผู้คนต่างให้กำลังใจเจ้า Kabosu แล้วเจ้าของกันอย่างท่วมท้น ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม มีเพจหนึ่งบนเฟซบุ๊กได้แชร์ว่า เจ้าหมาชิบะในญี่ปุ่นได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา Source Post | Archive แม้โพสต์ดังกล่าวจะไม่ได้ระบุชื่อเจ้า Kabosu แต่เนื้อหาและช่วงเวลาที่โพสต์ก็มีแนวโน้มทำให้ผู้คนคิดว่าเป็นข่าวของเจ้า Kabosu เสียชีวิตได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตรวจสอบข้อเท็จจริง Fact Crescendo ได้ตรวจสอบโพสต์ดังกล่าวโดยการใช้ฟีเจอร์ Reverse Image Search เพื่อค้นหาที่มาของรูปภาพ และพบว่ารูปภาพในโพสต์ดังกล่าวนั้นเป็นรูปสุนัขพันธุ์ชิบะอินุจาก Stockphotos ไม่ใช่รูปเจ้า Kabosu นอกจากนี้ […]

Continue Reading

แสงประหลาดที่ปรากฏบนท้องฟ้าในเกาหลีใต้ไม่ใช่ UFO

Source Post | Archive เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้คนพบเห็นลำแสงประหลาดพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า และมีแสงสีขาวส่องสว่างลงมาจากด้านบนท้องฟ้าคล้ายกับ UFO ในเกาหลีใต้ โดยผู้คนต่างแชร์ภาพและวิดีโอของเหตุการณ์นี้ลงโซเชียลพร้อมตั้งข้อสงสัยกันว่าลำแสงดังกล่าวคือ UFO หรือขีปนาวุธของทางเกาหลีเหนือหรือไม่ โดยภายหลังรัฐบาลได้ออกมายืนยันว่าแสงดังกล่าวเกิดจากทดสอบการยิงจรวดแบบใหม่ของกระทรวงกลาโหม เป็นจรวดที่ขับเคลื่อนโดยใช้เชื้อเพลิงแบบแข็ง ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนมากมายถึงการยิงจรวดโดยไม่แจ้งให้ประชาชนทราบก่อนล่วงหน้า โดย Washington Post รายงานว่า ทางกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ไม่สามารถแจ้งประชาชนให้ทราบก่อนทำการยิงจรวดได้เนื่องจากประเด็นทางด้านความมั่นคงของกองทัพ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า สำนักงานฉุกเฉินและตำรวจของเกาหลีใต้ได้รับรายงานจากประชาชนหลายร้อยคนว่าพบเห็นวัตถุบินได้ต้องสงสัยและแสงบนท้องฟ้าที่ไม่ทราบที่มาทั่วประเทศ โดยการยิงจรวดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทางเกาหลีใต้พบโดรนที่เชื่อว่ามาจากเกาหลีเหนือบินข้ามพรมแดนเมื่อวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ทางกองทัพของเกาหลีใต้ไม่สามารถยิงสกัดการสอดส่องของโดนดังกล่าวได้ ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับระบบป้องกันภัยทางอากาศของเกาหลีใต้ ซึ่งทางกองทัพก็ออกมาขอโทษในเรื่องนี้ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ทางการเกาหลีใต้ยังกล่าวว่าเกาหลีใต้วางแผนจะใช้จรวดเชื้อเพลิงแบบแข็งเพื่อนำดาวเทียมสอดแนมดวงแรกของประเทศขึ้นสู่วงโคจร สรุป ลำแสงประหลาดที่ปรากฏทั่วน่านฟ้าในเกาหลีใต้เมื่อคืนวันที่ 30 ธันวาคมไม่ใช่ UFO หรือขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ แต่เป็นเกิดจากการยิงทดสอบจรวดของทางกองทัพของเกาหลีใต้เอง Title:แสงประหลาดที่ปรากฏบนท้องฟ้าในเกาหลีใต้ไม่ใช่ UFO By: Cielito Wang  Result: Explainer

Continue Reading

เฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์ย่อยใหม่ แพทย์ชี้มีแนวโน้มเข้าไทยเร็วๆ นี้

แม้จะดูเหมือนว่าทั่วโลกต่างเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 แล้ว แต่ก็มีรายงานถึงการระบาดที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นเป็นอย่างมากถือเป็นภัยครั้งใหญ่ในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมาและในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง องค์การอนามัยโลก (WHO) แสดงความกังวลเนื่องมาจากโรงพยาบาลในกรุงปักกิ่งและเมืองอื่นๆ เต็ม จากการระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุดในจีน วิดีโอที่น่าสลดใจของสถานการณ์ที่เลวร้ายในประเทศจีนกำลังเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย เมื่อไวรัสมีวิวัฒนาการไปตามเวลาและมีความแตกต่างจากไวรัสตัวดั้งเดิมอย่างมาก จะเรียกไวรัสที่วิวัฒนาการใหม่ว่าเป็น ‘สายพันธุ์’ ใหม่ สำหรับไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสตัวดั้งเดิมของ COVID-19 ก็มีการเปลี่ยนแปลงและได้มีการสันนิษฐานว่าเป็นรูปแบบของสายพันธุ์ใหม่และสายพันธุ์ย่อย ปัจจุบัน สายพันธุ์ย่อยของ Omicron มากกว่า 300 สายพันธุ์กระจายอยู่ทั่วโลก และเกือบ 75% เป็นสายพันธุ์ย่อย BA.5 ของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน มาทำความเข้าใจและดูข้อควรรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ย่อยใหม่ที่กระตุ้นให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น สายพันธุ์ย่อย BF.7 สายพันธุ์ล่าสุดที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้นนั้นเรียกว่า BF.7 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนสายพันธุ์ BA.5 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สามารถแพร่เชื้อได้สูง โดยมีความสามารถในการเลี่ยงภูมิคุ้มกันของร่างกายได้สูงกว่า แม้จะได้รับการฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม อาการของตัวแปรย่อย BF.7 ใหม่นั้นคล้ายกับไข้หวัดทั่วไปและรวมถึงไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ปวดตามตัว ปวดท้อง เป็นต้น โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รักษาสุขอนามัยที่เหมาะสม […]

Continue Reading